คดี “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ คงจะไม่จบง่าย ๆ นับจากบิลลี่หายตัวไป เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว กระทั่งดีเอสไอพบหลักฐานสำคัญ และยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม จนนำมาสู่การออกหมายจับ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน

ล่าสุด อัยการคดีพิเศษ 1 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวก ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพบิลลี่

บิลลี่คือใคร ?

พอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงแห่งบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน โดยเคลื่อนไหวร่วมกับชาวบ้านในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเตรียมฟ้องคดีต่อเจ้าหน้าที่ กรณีการเข้ารื้อทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัว เมื่อปี 2554

17 เม.ย.2557 บิลลี่ หายตัวไปที่ด่านมะเร็ว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังมีข่าวว่าบิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจาน ควบคุมตัวไว้

ต่อมา ตำรวจตรวจสอบพบว่า ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร สมัยที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำตัวบิลลี่ไป โดยยอมรับว่าควบคุมตัวบิลลี่ไว้จริง โดยให้เหตุผลว่าบิลลี่มีน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง จึงเรียกไปตักเตือน แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้ว

21 เม.ย.2557 พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ “มึนอ” ภรรยาของบิลลี่ พร้อมผู้แทนชาวกระเหรี่ยง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผบภ.จว.เพชรบุรี กรณีบิลลี่หายตัวไป

ดีเอสไอมาแล้ว

28 มิ.ย.2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ และเริ่มสอบสวน โดยดีเอสไอ ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบหลักฐานชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ เหล็กเส้น และถังน้ำมัน 200 ลิตร ใกล้สะพานแขวน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังในเขตอุทยานฯ แก่งกระจาน

3 ก.ย.2562 ดีเอสไอ แถลงข่าวใหญ่ว่า พบหลักฐานสำคัญชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ และกระโหลกที่อยู่ภายในถังน้ำมัน ยืนยันว่าผลดีเอ็นเอตรงกับบิลลี่

11 พ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน คดีฆาตกรรมพอละจี

ทำไมอัยการไม่ฟ้อง

23 ม.ค.2563 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุเนื้อหาสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรกับพวกรวม 4 คน ในข้อหาฆ่าพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557

วันถัดมา อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษได้เปิดการแถลงข่าวการสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรกับพวก โดยแยกเป็นประเด็นดังนี้

1.ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 153 และมาตรา 157 กล่าวคือ คุมตัวบิลลี่ไว้ แต่ไม่ส่งให้ตำรวจดำเนินคดี กลับปล่อยตัวไป

ข้อหานี้ พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องชัยวัฒน์และพวก เสนอไปยังอัยการพิเศษฝ่าย และอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เห็นพ้องต้องกันสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหานี้ โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

2.ข้อหาร่วมกันฆ่าพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อัยการมีความเห็นว่า “เราไม่ได้วินิจฉัยว่า นายชัยวัฒน์ ไม่ได้กระทำความผิดในข้อหานี้ แต่พยานหลักฐานในชั้นนี้ยังไม่พอ”

ส่วนการตรวจพิสูจน์กระดูกที่เป็นวัตถุพยานของกลางในคดี โดยวิธีไมโครควอเทรียม ซึ่งคณะทำงานอัยการเห็นว่า การตรวจโดยวิธีไมโครควอเทรียมเป็นวิธีการตรวจเพื่อไล่เลียงเครือญาติสายมารดาเท่านั้น แต่ไม่สามารถตรวจชี้ชัดเอกลักษณ์บุคคลได้เท่ากับการตรวจนิวเคลียร์ ดีเอ็นเอ หรือเซ็กโคโมโซม

ญาติบิลลี่ฟ้องเอง

27 ม.ค.2563 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงเปิดเผยหลังอัยการคดีพิเศษ 1 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยทางดีเอสไออยู่ระหว่างให้กองบริหารคดีพิเศษพิจารณาความเห็นของอัยการอย่างละเอียดภายใน 1 เดือน

หากมติของคณะกรรมการเห็นด้วยกับอัยการก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการไป แต่หากเห็นแย้งกับอัยการก็จะทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้ชี้ขาดอีกครั้งว่า เห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาใดบ้างตามที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้

สำหรับคดีนี้ ญาติของบิลลี่ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเองได้ ในฐานะผู้เสียหายโดยตรง แต่ในขั้นตอนขณะนี้ยังถือว่าไม่สิ้นสุด ต้องรอการพิจารณาความเห็นอัยการของดีเอสไอก่อน หากเห็นแย้งก็จะให้อัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนอีกครั้ง

อาถรรพ์ป่าแก่งกระจาน

10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งของชาวกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจาน กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กระทั่งมีคดีความฟ้องร้องระหว่างกันหลายคดี

ชื่อของโป่งลึก-บางกลอย เป็นที่รู้จักเมื่อเดือน ก.ค.2554 เมื่อชาวบ้านออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ถูกเจ้าหน้าที่เผาทำลายที่พัก พร้อมทรัพย์สินที่บ้านบางกลอยบน และให้ลงมาอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้

ขณะนั้นมี “ครูป๊อด” ทัศน์กมล โอบอ้อม อดีตผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ประสานงานให้ชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน

ปีเดียวกันนี้ ครูป๊อด-ทัศน์กมล ถูกลอบยิงเสียชีวิต โดยมีการยื่นฟ้องชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวก ข้อหาจ้างวานฆ่า แต่คดีจบลง เมื่อทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

หลังการเสียชีวิตของทัศน์กมล และพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ที่มีทักษะการใช้ภาษาไทยได้ดี ลุกขึ้นเป็นตัวแทนชาวบ้านเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

บิลลี่ยังเป็นคนลงชื่อในเอกสารคำฟ้องของศาลปกครอง ต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จากกรณีเผาทำลายทรัพย์สินของชาวบ้าน แต่ในระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เขาก็หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 โดยมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายว่า ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัวไว้

แก่งกระจานมรดกโลก

6-7 ก.ค.2562 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ได้พิจารณาต่อเนื่องในวาระขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้กับประเทศสมาชิก 193 ประเทศ ทั้งแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม และมรดกโลกแบบผสมทั้งสองประเภท

ปรากฏว่า กลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทย ยังไม่ถูกรับรองเป็นมรดกโลก เพราะมีผู้คัดค้านกรณีประเทศไทย ยังชี้แจงกรณีเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่กระจ่าง ทำให้การพิจารณาวาระนี้ต้องเลื่อนออกไปอีก

มติในที่ประชุมได้หยิบประเด็นกลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นมาพิจารณาโดยระบุให้ประเทศไทยไปทำข้อมูลเพิ่มเติมอีก 3 อย่างคือ

1.ให้ดำเนินการเรื่องขอบเขตระหว่างไทยและเมียนมา

2.ให้ไปทำข้อศึกษาเปรียบเทียบเรื่องขอบเขตพื้นที่ที่ลดลงว่ายังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามระเบียบข้อที่ 10 ของการขึ้นแหล่งมรดกทางธรรมชาติ

3.ให้ไปทำข้อห่วงกังวลเรื่องชุมชนในพื้นที่

สำหรับพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ​ มึนอ​ ภรรยานายบิลลี่ และชาวบ้านบางกลอย ระบุว่า หากรัฐไทยไม่คลี่คลายคดีบิลลี่ จนนำไปสู่การจับตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ก็จะไม่ยอมให้พื้นที่ป่าแก่งกระจานได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

บิลลี่ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องสิทธิการอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่เดิมที่บ้านใจแผ่นดินหรือโป่งลึก บางกลอย กลางป่าแก่งกระจาน

คดีของบิลลี่ มีเดิมพันด้วยการขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นมรดกโลก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here