จับตากลเม็ดพิชิตเก้าอี้รัฐมนตรี โควต้าพรรคประชาธิปัตย์

ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเลื่อนประชุมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. โดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะพรรคพลังประชารัฐตกลงกันเองไม่ได้ ทำให้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับโควต้าเก้าอี้ร้ฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ที่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐต่างต้องการ

โดยก่อนหน้านี้ มีการกำหนดวาระการประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะหารือเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ว่าพรรคพลังประชารัฐมีข้อเสนออะไรให้พรรคประชาธิปัตย์บ้าง โดยเฉพาะโควต้ากระทรวงที่จะจัดสรรให้
พรรคประชาธิปัตย์

ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันความต้องการ เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพราะพรรคต้องการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาราคาปาล์ม ราคายาง และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรค

ส.ส. และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ที่ไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องการร่วมรัฐบาลได้นั้น มาจากพรรคพลังประชารัฐเอง

โดยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ระบุสาเหตุที่ต้องเลื่อนประชุม โดยเปรียบเปรยว่า เป็นเพราะ “เจ้าบ่าวโลเล”

และเมื่อจับสัญญาณจากว่าที่นายกฯ คนใหม่ หน้าเก่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะต้องเลือกโหวตเลือกนายกฯ เสียก่อน

แต่ถ้ากลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็จะลงมาดูรายชื่อรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคเสนอมาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และทุกพรรคต้องเห็นชอบร่วมกัน

ส่วนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ มีเงื่อนไขว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พลเอกประยุทธ์ก็ตอบกลับว่า ต้องแยกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ออกจากเรื่องการร่วมรัฐบาล ต้องเอาบ้านเมืองมาก่อน และต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยและมีเสถียรภาพพอสมควร

ซึ่งการออกมาให้ความเห็นของพลเอกประยุทธ์ ว่าจะลงมาดูหน้าตาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยตัวเอง ในขณะที่ยังไม่มีการโหวตเลือกนายกฯ ในรัฐสภา ก็ย่อมไม่เป็นผลดี และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ในการตัดสินใจโหวตเลือกนายกฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า คสช. ต้องเข้ามามีบทบาทเหนือพรรคพลังประชารัฐมากขึ้น พรรคพลังประชารัฐไม่อาจตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบและเพลี่ยงพล้ำให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผนึกกำลังกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเหนียวแน่นได้อีก

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชารัฐเคยพลาดท่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก จนต้องลงมติสนับสนุนในสภาฯ ยกเก้าอี้ประธานรัฐสภาให้กับนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

แม้ทั้งสองพรรคจะยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ตาม

และเมื่อย้อนมองถึงเหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐ นำทีมโดยหัวหน้าพรรค นายอุตตม สาวนายนและแกนนำ ยกขันหมากไปทาบทามพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาล

แต่พรรคประชาธิปัตย์ส่งเพียงเลขาธิการพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าทีมคอยต้อนรับ และใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 2 ชั่วโมง

หลังการพูดคุย นายอุตตม แสดงความพึงพอใจอย่างเปิดเผย ระบุว่าทั้งสองพรรคมีนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกัน และหลังจากนี้จะมีการหารือเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี และการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา

แต่ด้านนายเฉลิมชัย กลับกล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องฟังความเห็นจาก ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคก่อน จึงจะตัดสินใจเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล และต้องตอบในที่ประชุมให้ได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลเพราะอะไร และย้ำว่าพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ ยังปล่อยให้อดีต ส.ส. นายวัชระ เพชรทอง ออกมาชูป้ายข้อความ “ไม่เอาประยุทธ์เป็นนายกฯ” หลังแกนนำพรรคพลังประชารัฐเพิ่งเดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในพรรคยังมีความเห็นต่างในเรื่องการสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ

บวกกับแรงกดดันจากกระแสข่าวที่มีมาอย่างต่อเนื่องว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะลาออกจากการเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หากพรรคประชาธิปัตย์มีมติสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

เพราะขัดแย้งกับแนวทางที่นายอภิสิทธิ์เคยประกาศไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมให้พลเอกประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ เพื่อสืบทอดอำนาจอีก เพราะขัดกับอุดมการณ์ของพรรค

ดังนั้น ทั้งการตัดสินใจเลื่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล รวมทั้งกระแสข่าวการลาออกของนายอภิสิทธิ์ จึงถือเป็นหมากกลทางการเมืองที่พรรคการเมืองเก่าแก่

ซึ่งมี ส.ส. เพียง 52 ที่นั่งได้วางเอาไว้และทำให้พรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมี ส.ส. 115 ที่นั่ง ต้องกลายเป็นฝ่ายคิดหนัก และต้องกลับไปแก้ไขปัญหาทั้งภายในและภายนอกพรรคให้ได้ โดยมีเก้าอี้นายกฯ และเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคตเป็นเดิมพัน

จับตาโควต้าประชาธิปัตย์

โควต้ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตกลงในเบื้องต้น มี 7 คน 8 ตำแหน่ง คือ
– 1 รองนายกฯ
– 3 รัฐมนตรีว่าการ ได้แก่ รมว.กระทรวงพาณิชย์ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
– 4 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย คือ รมช.คมนาคม รมช.มหาดไทย รมช.ศึกษาธิการ และ รมช.สาธารณสุข

กลุ่มสามมิตรในพรรคพลังประชารัฐ ขอ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืน โดยจะให้ รมว.กระทรวงศึกษาธิการให้แทน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ยอม

เรื่อง/กราฟิก: Talk Together
ภาพ: สำนักข่าวไทย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here