เมื่อเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง นอกจากการหาเสียง ทำป้ายหาเสียงแล้ว กิจกรรมทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ คือ การจัดเวทีดีเบต (Debate) ซึ่งในช่วงนี้ที่เป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 62 เวทีดีเบตยิ่งเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น

การจัดดีเบต (Debate) ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งผ่านมุมมองนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและการปกครอง รศ.สุขุม มองเวทีดีเบตที่สื่อจัดขึ้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งไว้ ดังนี้

ประโยชน์จากเวทีดีเบต (Debate) 

 “ดีเบตไม่ได้ทำให้เกิดผลแพ้ชนะ ไม่ใช่ตัวชี้ขาด แต่เป็นประโยชน์ต่อคนลงคะแนน ที่จะได้ดูในแง่ลึก ของแต่ละคน แต่ละพรรค เวทีดีเบตของเราเป็นการประชันวิสัยทัศน์มากกว่า เพราะการกำหนดประเด็นในการพูดอยู่ที่พิธีกร ไม่ได้ตอบโต้กันโดยตรง“

รศ.ดร.สุขุม มองว่า เวทีดีเบตเป็นประโยชน์ต่อการหาเสียงของผู้สมัคร เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของพรรรค และตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมาเวทีดีเบต ยังสามารถแจ้งเกิดให้กับนักการเมืองหน้าใหม่หลายคน และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

จุดอ่อนของเวทีดีเบต (Debate) เลือกตั้ง 62

“พูดแต่สิ่งที่ที่อยากพูด”  

ส่วนจุดอ่อนเวทีดีเบตการหาเสียงเลือกตั้งของไทย คือ ผู้สมัครของแต่ละพรรคจะพูดในประเด็นที่เตรียมมาเป็นหลัก  จึงเกิดปัญหาของการตอบไม่ตรงคำถาม และไม่ตรงกับที่ประชาชนอยากทราบ

ที่สำคัญนโยบายที่ผู้สมัครพูดในเวทีดีเบต จะถูกทวงถามจากประชาชนอย่างแน่นอนหากได้คะแนนเข้าไปบริหารประเทศ

ไม่เกิดปาฏิหาริย์ จับขั้วผสมข้ามฝ่าย

สูตรคณิตศาสตร์ทางการเมือง ภายใต้มุมมอง รศ.สุขุม ในยุคนี้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสืบทอดอำนาจ และฝ่ายที่ปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ เชื่อว่าการจับขั้วผสมข้ามฝ่ายจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ การเมืองไทยตอนนี้ไม่มีฝ่ายเทพ และฝ่ายมาร มีแต่ ฝ่ายสืบทอดอำนาจ และ ฝ่ายไม่เอาสืบทอดอำนาจ จะเกิดการผสมในฝ่ายเดียวกัน ไม่มีปาฏิหาริย์ผสมข้ามฝ่าย“

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here