ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค คุยเรื่องประวัติของธงชาติไทย ในช็อตเด็ด Together EP.4

“ดี้” นิติพงษ์ ชี้ เพลงชาติ-ธงชาติไทย ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แนะคนรุ่นใหม่ศึกษาประวัติฯ ห่วงวิถีความมีน้ำใจของคนไทยนำไปสู่การคอร์รัปชั่นระดับชาติได้

“ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค พูดถึงวันที่ 28 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะปลุกคนให้คนไทย สนใจที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ธงชาติไทย ยอมรับ ส่วนตัวในอดีตการยืนตรงเคารพธงชาติ หรือร้องเพลงชาติทุก 8 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น ปฏิบัติด้วยความเคยชิน แต่เมื่อได้มีโอกาสพบกับ คุณพฤฒิพล ประชุมผล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ทำให้ได้รับรู้ประวัติของธงชาติไทยตั้งแต่เริ่มต้นจากการใช้ผ้าสีแดง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงเจตจำนงค์ถึงความเป็นมิตรของเรือต่างประเทศในการเข้ามาค้าขายกับประเทศไทย

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่เปลี่ยนแปลงธงชาติไทยมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ก่อนที่สยามจะประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงเห็นด้วย เพื่อให้ธงชาติสยามมีสีน้ำเงิน แดง ขาว เหมือนกับชาติสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยนำเรื่องเข้าประชุมลงมติเห็นชอบธงสามสีแบบที่คิดขึ้นใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ ธงไตรรงค์ เป็นธงประจำชาติ และได้พระราชทานธงไตรรงค์ เป็นธงชาติสยาม เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 เป็นต้นมา

“ดี้” นิติพงษ์ ระบุ หากคนไทยรุ่นใหม่ ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย เชื่อว่าทุกคนจะภูมิใจที่ได้อยู่ในธงไตรรงค์ผืนเดียวกัน

ส่วนเพลงชาติไทยทีมีกระแสว่า จะมีการนำมาปรับแต่งใหม่นั้น “ดี้” นิติพงษ์ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเชิญมาร่วมในคณะทำงาน เปิดเผยว่า เพลงชาติไทยอยู่ในระหว่างการปรับแต่งเพิ่มเติม โดยในส่วนของภาพจะมีการนำมาปรับให้มีความชัดคมขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย ส่วนเนื้อร้องและทำนอง ยังคงเดิมเพิ่มเติมเพียงเสียงร้องบางช่วงให้หนักแน่นขึ้น ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จต้องส่งพิจารณาตามขั้นตอนของคณะรัฐมนตรี

“ดี้” นิติพงษ์ ยังได้เปิดใจ ถึงการเคยเข้าไปมีส่วนร่วม ในการทำงานกับเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยให้มุมมองที่น่าสนใจว่า การคอร์รัปชั่นแท้จริงแล้วไม่ได้เกิดในเชิงนโยบายเพียงเท่านั้น แต่รากของปัญหานี้ มาจากวิถีชีวิตของคนไทย เริ่มมาจากคำว่า “สินน้ำใจ” ที่ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อ หรือใช้ผิดที่ ผิดเวลา จากคำว่า “สินน้ำใจ” กลายมาเป็น “สินบน” ในที่สุด และจะน่ากลัวยิ่งขึ้นหากนำไปสู่ การทุจริตแบบกินรวบหัวรวบหาง หรือเรียกว่า “คอร์รัปชั่นเชิงวัฒนธรรม” ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here