ตัน ภาสกรนที ผู้สร้างตำนาน “ชาเขียวมหาชน” ภายใต้แบรนด์อิชิตัน ยอมรับตลาดเครื่องดื่มขณะนี้ตกอยู่ในภาวะลำบาก ทั้งพอร์ตสินค้ายอดตกลง เหตุเพราะการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ตัน ยอมรับว่า 2 ปีนี้ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเจออุปสรรคหนักที่สุดคือเรื่องภาษี ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูง แต่ยังคงยืนยันที่จะทำตลาดชาเขียวต่อไป ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของผู้บริโภค ด้วยการสร้างช่องทางการจำหน่ายและการเข้าถึงในรูปแบบใหม่ โดยใช้กลยุทธ์ปรับธุรกิจของตัวเอง 3 ด้าน คือ การพัฒนาสินค้าใหม่ การเปิดตลาดใหม่โดยเฉพาะในต่างประเทศ และแตกไลน์ธุรกิจในรูปแบบอื่น ๆควบคู่กันไปด้วย พร้อมทั้งผลักดันคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารมากขึ้น

“อิชิตัน จากนี้เงินอยู่ที่ไหนเราไปที่นั่น ทำธุรกิจใหม่ ๆ New business แตกออกไปได้ ในเมื่อชาเขียวอนาคตไม่ดีเท่าไหร่เราจะมาดันทุรังไม่ได้ ตอนนี้ตลาดชาเขียวไม่เวิร์คแล้ว จัดโปรโมชั่น 10 กว่าปีแล้ว ทำเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ลูกค้าชาเชียวมีส่วนหนึ่งที่ซื้อเพราะโปรโมชั่น แต่ส่วนหนึ่งก็เหมือนคนดื้อยา ผมไม่ได้ตื่นเต้นเลย ต้องใช้เวลา สุดท้ายมันก็ไปได้ ถ้าเรายังไม่ยอมแพ้ อดทน เราต้องเปลี่ยนถ้าเปลี่ยนไม่ได้เราต้องยอมรับสภาพ 2-3 ปีนี้ผมค่อย ๆ ถอย แต่พอจังหวะเศรษฐกิจไม่ดี ผมก็เข้ามาใหม่ พอดีขึ้นผมก็เตรียมคนใหม่มาทำ ผมอยู่ข้างหลัง”

ต่อยอดธุรกิจแบบไม่มีทางตัน กับ ตัน ภาสกรนที ในช็อตเด็ด Together EP46ตัน ได้เปิดประสบการณ์การทำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง อินโดนีเซีย ซึ่งตลาดชาเชียวของอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่มาก อิชิตัน ตั้งเป้าจะครองส่วนแบ่งการตลาดให้เป็น 1 ใน 5 ซึ่งในขณะนั้นตลาดเจ้าบ้านก็ได้ใช้สงครามราคาเข้ามาปกป้องแบรนด์ชาเขียวของประเทศตนเองทันที เพื่อกำจัดคู่แข่งใหม่ที่เข้ามา อิชิตัน บาดเจ็บไป 3 ปี ในตลาดอินโดนีเซีย ยอดขายไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ที่ประสบความสำเร็จคือ คนรู้จัก ตัน ภาสกรนที และรู้จักชาเขียวแบรนด์อิชิตัน

ตัน ยืนยัน การเปิดตลาดต่างประเทศให้ประสบความสำเร็จผู้ทำตลาดต้องไปเรียนรู้วิถีชีวิต และพฤติกรรมของผู้บริโภค อย่างแท้จริง อย่าอิงข้อมูลจากงานวิจัยเพียงอย่างเดียว

“จริงอยู่ราคาก็สำคัญ แบรนด์ในความคิดของผม คือ คนซื้อต้องการซื้อแบรนด์นี้เพราะคุ้นเคย
การทำธุรกิจ ถ้าคุณยังมีแบรนด์อยู่อย่างน้อยคุณก็อยู่ได้ด้วยแบรนด์ “

ตัน ให้คำแนะนำผู้ประกอบ SMEs ที่ต้องประสบปัญหาหลายด้านในขณะนี้ด้วยการยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นปัญหาที่เจอเหมือนกันทั้งหมดและต้องเดินหน้าแก้ไขพร้อมทั้งหาช่องทางในการต่อยอดธุรกิจใหม่ ๆ

“คุณไม่ได้ลำบากที่สุด คุณต้องเปลี่ยนแปลงอย่ายึดติด อย่าดันทุรัง ทำอะไรก็ได้ เงินอยู่ที่ไหนเราไปที่นั่น”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here