เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เกิด”การปฏิรูป” ประเทศไทย  

ดร.เจษฎ์ โทณวนิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงในประเทศไทย โดยเฉพาะการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ความปรองดองไม่เกิดขึ้น เกิดการโจมตีระหว่าง ส.ส. ด้วยกันเอง และระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว.

ซึ่งมีเครื่องมือสำคัญ คือ โซเชียลมีเดียที่ประชาชนจะเข้ามาร่วมในวงจรนี้ได้ บรรยากาศ ณ ขณะนี้ คือการตอบโต้กันอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์ ต้นเหตุของปัญหา คือ แต่ละพรรคการเมืองมุ่งจะหาประโยชน์ให้กับพรรคของตัวเอง โดยเอาระบบของรัฐสภามาเป็นเครื่องมือ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดปัญหาเพราะทุกฝ่ายไม่ได้มีส่วนร่วม

แก้ไขได้แต่ยาก

ส่วนประเด็นสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ ดร.เจษฎ์ สะท้อนให้ทุกฝ่ายยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก่อให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อย ที่สำคัญคือ ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างแท้จริง

ไม่เคยมีการเปิดอภิปรายให้ประชาชนได้เข้าใจหรือซักถามในบางประเด็นที่จะก่อให้เกิดความสับสน ในขณะที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีช่องทางที่จะได้อธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนได้ นี่คือสาเหตุที่เกิดปัญหาสำคัญตามมา โดยเฉพาะประเด็นของ 250 ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ที่เกิดคำถามและข้อกังขาตามมามากมาย แต่ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะแก้ไขได้แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องประกอบด้วยเสียงข้างมากของ 2 สภา ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. และต้องมีเสียงร้อยละ 20 ของพรรคฝ่ายค้านด้วย

“มติพรรคการเมืองของบางประเทศศักดิ์สิทธิ์มาก ยกตัวอย่างญี่ปุ่น แต่กลับมามองเมืองไทย พรรคการเมืองจะมีกรรมการบริหารพรรค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนายทุนซึ่งจะกุมมติพรรคทั้งหมด

การเลือกตั้งครั้งนี้ใม่ใช่ครั้งสุดท้าย สถานการณ์แบบนี้จะย้อนไป กลายเป็นว่า 6 เดือน หรือ 1 ปี เราจะเลือกตั้งกันที การขับเคลื่อนในการตั้ง ครม. ก็ไม่ลงตัว วงรอบใหญ่พรรคร่วมก็คุยกันยาก วงรอบสภาทั้งระบบยิ่งคุมยาก

ผลักดันกฎหมายก็ไม่ไป ยิ่งถ้าลงมติงบประมาณไม่ผ่าน ครม. ก็ต้องลาออก ส.ว. ก็โหวตเลือกนายกฯ กลับมาอีก ก็จะเป็นวงจรอุบาทว์แบบนี้”

หากเกิดการล้วงลูกระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร

เชื่ออาจเกิดการปฏิวัติขึ้นได้อีก

ดร.เจษฎ์ มองบทบาทหน้าที่ในการบริหารประเทศของไทยว่า ควรจะแยกอย่างชัดเจนระหว่างการเมือง และการทหาร จะต้องเคารพกติกาซึ่งกันและกัน และไม่ก้าวก่ายบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย รวมถึงบทบาทของ ส.ว. ด้วย

“ระบบเลือกตั้งแก้ได้ คนที่ฉีกรัฐธรรมนูญคือ ทหาร ถามว่าจะเกิดปฏิวัติขึ้นอีกไหม ? เกิดได้ แต่ไม่ดี  ประเทศไทยเราเกิดการปฏิวัติบ่อยจนกลายเป็นประเพณีไปแล้ว

มองการเมืองไทยจากนี้จะวุ่นวาย แต่ผมอยากให้วุ่นวายแบบคุมได้เหมือนระบบแอร์ เค้าเรียกว่าให้เป็นแบบทฤษฎีความยุ่งเหยิง ในสภาฯ ขอให้คุยกัน กฎหมายไหนที่เป็นประโยชน์ก็ผลักดันไปเถอะ อย่ากลัวเสียหน้า เอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก”

เชื่อมั่นวิจารณญาณของนักลงทุนไทย  

บรรยากาศการเมืองขณะนี้ จะกระทบกับเศรษฐกิจในประเทศ หรือการค้าการลงทุนหรือไม่

ดร.เจษฎ์ วิเคราะห์ว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะนักลงทุนมืออาชีพจะมีจุดแข็งคือ จะไม่หูเบา รับฟังข้อมูลจากทุกด้านและเก็บมาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อการตัดสินในการลงทุนที่ถูกต้อง   

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here