สถานการณ์สื่อไทย

คุณอดิศักดิ์​ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อมาอย่างยาวนาน มองถึงสถานการณ์สื่อในไทยว่าเป็นลักษณะ “คำถามซ้ำแต่คำตอบเปลี่ยนตลอดเวลา” และได้มองถึงการเปลี่ยนแปลงของสื่อในขณะนี้ว่าผู้ทรงอิทธิพล คือ ตัวบุคคล

ไม่ว่าจะเป็นตัวนักข่าว นักการเมือง หรือองค์กรต่าง ๆ ที่สามารถสื่อสารทางตรงโดยใช้โซเชียลมีเดียและสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้สำเร็จ ยกตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ทีมของพรรคอนาคตใหม่ที่ใช้ Big Data มาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งล้ำหน้าไปกว่าพรรคการเมืองเก่า ๆ ส่งผลให้สื่อเก่าและคอลัมนิสต์มีบทบาทน้อยลง

“ข่าวการเมืองสมัยก่อนตอนตั้งรัฐบาลมีหลายโผ ตอนนี้มีโผเดียว เพราะอาจจะ copy กันมา ตอนนี้คนเลยรู้สึกว่าตามข่าวบนโซเชียลมีเดียสนุกกว่าเยอะ ทุกคนมีสื่อ นักการเมืองก็มีสื่อ บางทีตัวนักข่าวบางคนมีคนติดตามมากกว่าโซเชียลของช่อง การเมืองก็เช่นกัน ธนาธร เป็นนายกฯ ในโลกโซเชียล แต่พลเอกประยุทธ์ ชนะในสภาฯ”

สื่อในไทยตอนนี้มี 2 กลุ่ม 

คุณอดิศักดิ์ กล่าวว่า ในขณะนี้สื่อในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ นั่นคือ
1. สื่อเก่าที่ทำสื่อใหม่คู่ขนานกัน
2. สื่อใหม่ (New Media)

สถานการณ์ผู้บริโภคสื่อในปัจจุบันคือ มีจำนวนผู้ที่ติดตามคอนเทนต์จากสื่อเก่า ผ่านสื่อใหม่หรือสื่อออนไลน์ที่ทำคู่ขนานกันมา ในจำนวนที่มากพอสมควรส่วนหนึ่งมาจากแบรนด์สื่อเดิมที่มีความน่าเชื่อถือ แต่สื่อในกลุ่มที่ 2 หรือสื่อใหม่ (New Media) ถึงแม้จะมีจำนวนผู้อ่านน้อยกว่าแต่กลับมีอิทธิพลมากกว่า

แนะ สื่อใหม่หากจะประสบความสำเร็จ เนื้อหานั้นต้องทำให้คนกลับมาอ่านซ้ำเลือกประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุดไม่ใช่เน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว

คุณอดิศักดิ์ ชี้ว่า สื่อทีวีดิจิทัล ในขณะนี้ถึงแม้จะมีการที่คืนช่องให้กับ กสทช. ไปไม่น้อย แต่ที่ดำเนินการในปัจจุบันอยู่ได้ด้วย มาตรา 44 ที่ช่วยพยุงไว้ แต่เชื่อว่า ภายใต้วิกฤตยังมีโอกาสสำหรับคนในวงการสื่อที่ได้รับผลกระทบจากการที่ช่องทีวีต้องปิดตัวลงเพราะจะมีตำแหน่งที่เกิดขึ้นตามมา มีส่วนที่จะรองรับตลาดแรงงานด้านสื่อได้พอสมควร นั่นคือ ตำแหน่ง New Media ในองค์กรต่าง ๆ

ส่วนทางรอดของสื่อไทย จะอยู่อย่างไร

คุณอดิศักดิ์ ให้แนวทางว่า
คนชอบอ่านสื่อออนไลน์ เพราะเหมือนได้อ่านจากต้นตอ ตัดคนกลางออกไป ในด้านรายได้สื่อ ไม่ได้ดีขึ้น เพราะรายได้ไม่มีทางเพิ่มขึ้นทั้งอุตสาหกรรม รายได้ที่เพิ่มขึ้น คือ อุตสาหกรรมโฆษณาเแต่มันถ่ายโอนไปสื่อใหม่ แต่ก็ต้องสู้

ถ้าสื่อเก่ายังทำอย่างเดียวตาย ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็น Content Provider แต่เชื่อว่าไม่ตายหรอก เพราะบางช่องที่คืนไปได้แบงค์การันตีกลับมาก้อนใหญ่”   

คุณอดิศักดิ์ สะท้อนประเด็นที่น่าห่วงสำหรับสื่อใหม่ คือ จรรรยาบรรณของสื่อมวลชนถึงแม้จะปรับตัวเองมานำเสนอทางออนไลน์ แต่จรรยาบรรณของสื่อยังเป็นเรื่องสำคัญ

“สื่อมวลชนบางคนที่ออกมาโลดแล่นในโซเชียลมีเดีย บางที่จรรยาบรรณแย่กว่าคนธรรมดา นักวิชาการบางคนก็เหมือนกัน สื่อตอนนี้ที่ยังทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านยังมีอยู่ แต่ด้วยธุรกิจอาจจะอยู่ยากหน่อย ทำให้บางสื่อ บางคนกลายเป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็เลยเกิดวิกฤตความน่าเชื่อถือ

พอสื่อเป็นแบบนี้ คนก็ไม่เสพสื่อ เค้าจะเลือกอ่านข้อมูลจากต้นตอทางโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องระวังตรงนี้ด้วย สื่อไม่ได้เจอปัญหาเพียงแค่ถูก Disruption เพียงเรื่องเดียว ส่วนคนใช้สื่อผมห่วงคนรุ่นเก่าที่ไม่รู้ช่องทางในการตรวจสอบข้อมูลทางออนไลน์ที่อ่านมาจึงกดแชร์ ต่อ ๆ กันไป ต่างจากคนรุ่นใหม่ที่มักจะตรวจสอบก่อนเผยแพร่ออกไป”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here