ภายหลังเหตุการณ์ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ ได้เกิดปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวในโซเชียล ทั้งจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ผ่านการติดแฮชแท็ก# พร้อมข้อความแสดงจุดยืนทางการเมือง จากกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

มิเพียงเท่านั้น กลุ่มนิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัย ยังได้จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองในรั้วมหาวิทยาลัย อย่างเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 มีการจัดกิจกรรม “จุฬาฯ รวมพล” #CUassemble เพื่อแสดงพลังและจุดยืนของนิสิตจุฬาฯ ที่ลานข้างหอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเดียวกัน นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดกิจกรรม “มอกะเสด ไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ” มีนิสิตทั้งปัจจุบันและศิษย์เก่ามารวมตัวกันแน่นขนัดที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ ก็จะมีนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.วลัยลักษณ์ ม.ขอนแก่น ม.รามคำแหง ฯลฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และทวงคืนประชาธิปไตย

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองของไทย ที่มีความหมายมากต่อการสร้างประชาธิปไตย และเหนืออื่นใด นักเรียน นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ เป็นพลังสำคัญในการแสดงออกทางการเมืองโดยการชุมนุมอย่างสันติวิธี

เมื่อ 47 ปีที่แล้ว ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) และกลุ่มอิสระใน ม.ธรรมศาสตร์ เป็นแกนนำจัดการชุมนุมเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลถนอม ปล่อยตัวอาจารย์ นักศึกษาและนักการเมือง 13 คน ที่ถูกจับ ขณะเดินแจกใบปลิวเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

13 ตุลาคม 2516 ขบวนนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับแสนคน เดินขบวนสู่ถนนราชดำเนิน และการชุมนุมประท้วงได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2516 จนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับนิสิตนักศึกษา จนสถานการณ์บานปลายกลายเป็นเหตุก่อจลาจล

เหตุการณ์การใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรม จอมพลถนอม กิตติขจร ต้องยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เหตุการณ์ พฤษภา 2535

ภายหลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ขบวนการนักศึกษาไทยได้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองลงอย่างสิ้นเชิง ยกเว้นการเคลื่อนไหวใต้ดิน

ปี 2527 กลุ่มตัวแทนนักศึกษา 18 สถาบัน ได้ร่วมกันก่อตั้ง “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนนท.) บทบาททางการเมืองของ สนนท. ในช่วงแรก ๆ คือ การรณรงค์ให้มีความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ การรณรงค์มีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ “นายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง” หรือ “ประธานรัฐสภาต้องเป็นประธานสภาผู้แทนฯ”

ต้นปี 2534 มีการรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ส่งผลให้ สนนท. ในสมัยที่มี นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล เป็นเลขาธิการ ได้เคลื่อนไหวต่อต้านคณะ รสช. ร่วมกับคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ต่อมาได้ร่วมกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535

ขบวนประชาธิปไตยใหม่

หลังรัฐประหาร 2557 มีการเคลื่อนไหวต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในนาม “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” (New Democracy Movement-NDM) อันเกิดจากหลากหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน อาทิ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มดาวดิน ม.ขอนแก่น กลุ่มเกษตรศาสตร์เสรี และกลุ่มลูกชาวบ้าน ม.บูรพา

แกนนำขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดย รังสิมันต์ โรม (ส.ส.บัญชี รายชื่อพรรคอนาคตใหม่) ชลธิชา แจ้งเร็ว และจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน

หลังการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ในปี 2558 ปรากฏว่า แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ถูกจับไป 13 คน และภายหลังเกิดความขัดแย้งภายในขบวนการนักศึกษา รังสิมันต์ โรม จึงยุบขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และก่อตั้ง “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” ขึ้นมาแทน

สหภาพนิสิตนักศึกษา

ปี 2561 “บอล” ธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวบรวมเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายมหาวิทยาลัย ร่วมกันก่อตั้ง “สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนท.)

เพนกวินบอกว่าการจัดตั้งสหภาพนักศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่กลางในการจัดกิจกรรมร่วมกัน และมียุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นสังคมและการเมือง

ปีเดียวกัน กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่มสหภาพนักศึกษา ได้รวมตัวกันเฉพาะกิจในนาม “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” จัดการชุมนุมมวลชนเป็นระยะ ๆ เรียกร้องให้ คสช. เร่งจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว

ปี 2562 เมื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล ตั้งพรรคอนาคตใหม่ ได้มีผู้นำนักศึกษากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยหลายคน ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อ

ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้วางยุทธศาสตร์รณรงค์เรียกร้องให้เยาวชนคนหนุ่มสาว ที่มีอายุ 18 – 25 ปี ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก

คนกลุ่มนี้คือ นิวโหวตเตอร์ 7 ล้านเสียง ในจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 52 ล้านคน

ทีมงานหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ จึงใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม เป็นเครื่องมือ สร้างปรากฏการณ์ “ติดแฮชแท็กฟ้ารักพ่อ” #ฟ้ารักพ่อ จนกลายเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์ และปลุกเร้าให้นิวโหวตเตอร์ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

หากประเมิน 7 ล้านเสียง เมื่อคิดคะแนนเฉลี่ย ส.ส. 1 คนต่อ 75,000 คะแนน ก็จะพบว่า วัยรุ่นจะส่งผลต่อเก้าอี้ ส.ส. ถึง 93 ที่นั่ง

ผลการเลือกตั้ง ส.ส. 24 มีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต 69 คน แสดงว่า เสียงของวัยรุ่นเลือกพรรคอนาคตใหม่มา

ดอกไม้จะบาน

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของนักศึกษา 2 รุ่น 2 เจนเนอเรชั่น มีความแตกต่างกันในแง่ยุทธวิธี สมัยก่อน นักศึกษาเดินแจกใบปลิว และติดโปสเตอร์ประท้วงเผด็จการทหาร

สำหรับยุคดิจิทัล “แฮชแท็ก” (Hashtag) หรือสัญลักษณ์ # ในโซเชียลมีจุดประสงค์ในการใช้คือ รวมเนื้อหาหรือเรื่องราวโพสต์ที่มีความใกล้เคียงกันมารวมเข้าไว้เป็นหมวดเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการค้นหาข้อมูล

ก่อนหน้านี้ แฮชแท็กมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมมากบนโซเชียลมีเดียหลายประเภท อย่างเช่น Twitter และ Instagram เพิ่งเริ่มมีการใช้งานในวงกว้างบน Facebook ในช่วงไม่นานมานี้

นิสิตนักศึกษายุคใหม่ จึงได้ใช้กลยุทธ์ “ติดแฮชแท็ก” สร้างปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวในโซเชียล แสดงจุดยืนทางการเมือง โดยเริ่มเกิดขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่

จากการตรวจสอบจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีการติดแฮชแท็กกว่า 18 มหาวิทยาลัยแล้ว ดังนี้

  • จุฬาฯ #เสาหลักจะไม่หักอีกต่อไป
  • ธรรมศาสตร์ #ที่ยุบอนาคตใหม่พี่มหาลัยกูทั้งนั้น
  • เกษตรศาสตร์ #KUไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ
  • ศิลปากร #ศิลปากรขอมีซีน
  • สงขลานครินทร์ #ฝุ่น6ล้านหรือจะสู้ท่าน9เสียง
  • มหาสารคาม #ถึงจะอยู่ไกลขอส่งใจที่ลานแปดเหลี่ยม
  • มหิดล #ศาลายางดกินของหวานหลายสี
  • มศว #รากฐานจะหารด้วย
  • ม.เชียงใหม่ #ช้างเผือกจะไม่ทน
  • รามคำแหง #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ
  • ม.ขอนแก่น #KKUขอโทษที่ช้าโดนสลิ่มลบโพสต์
  • ม.นเรศวร #มอนออยากออกจากกะลา
  • มจล #พระจอมเกล้าชอบกินเหล้าไม่ชอบกินสลิ่ม
  • สามพระจอม #สามพระจอมจะยอมได้ไง
  • มจธ #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป
  • สุรนารี (มทส.) #ถึงมออยู่ใกล้หลายค่ายก็ไม่ได้ชอบเผด็จการ
  • ม.บูรพา #ทีมลูกระนาดอยากจะฟาดบ้างแม่
  • ม.พะเยา #ฟ้ามุ่ยไม่คุยกับเผด็จการ

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าจะมีการติดแฮชแท็กจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก

สู่ท้องถนน

มีข้อน่าสังเกตการรวมตัวของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในกิจกรรม “มอกะเสด ไม่ใช่ขนมหวานราดกะทิ” เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนกว่า 6 ล้านเสียง และไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร

ผู้จัดการชุมนุมคือ ศิษย์เก่า ม.เกษตรฯ ที่เป็นแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เนื้อหาการอภิปรายและการชูสัญลักษณ์สามนิ้วต่อต้านรัฐประหาร จึงแสดงออกอย่างชัดเจนกว่าการชุมนุมของนิสิตจุฬาฯ ในวันเดียวกัน

ที่สำคัญ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยได้ประกาศก่อนยุติการทำกิจกรรมว่า ครั้งต่อไป เราจะไปพบกันอีกที่ถนนราชดำเนิน

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยที่ต่อต้าน คสช. มาแต่ปี 2558 มีเป้าหมายปลุกระดมมวลชนลงท้องถนนมาหลายครั้ง แต่ก็ระดมพลได้จำนวนไม่มาก และส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง

ในอนาคต พวกเขาจึงหวังที่จะเห็นพลังนักศึกษาลงสู่ท้องถนนอีกครั้ง เหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และพฤษภา 2535

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here