คุณป๊อก – หมอเมย์ ทีมงานพี่ตูน โครงการ “ก้าวคนละก้าว” ปลื้มน้ำใจคนไทย ภูมิใจได้เป็นส่วนหนึ่งสร้างปรากฏการณ์ช่วยโรงพยาบาล และ ทำให้คนไทยหันมาออกกำลังกาย

เปิดใจทีม “ก้าวคนละก้าว” เคียงข้าง พี่ตูน บอดี้สแลม “คุณป๊อก” อิทธิพล สมุทรทอง และ “หมอเมย์”
พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ โดยคุณป๊อก อิทธิพล สมุทรทอง ยอมรับว่าโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เบตง-แม่สาย เป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และปลื้มปิติทุกครั้งเมื่อได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับทีมงานทั้งหมด 98 ชีวิตที่ร่วมกันบริหารการจัดการได้อย่างดีเยี่ยมตลอดเส้นทาง และที่สำคัญคือประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ตนมองว่าเป็นทีมเดียวกับ “ก้าวคนละก้าว” ด้วย

คุณป๊อกได้พูดถึงการวิ่งของพี่ตูนตลอดเส้นทางว่า พี่ตูนให้ความสำคัญกับน้ำใจคนไทยที่มารอ ทั้งเด็กที่ถือกระปุกออมสิน จนถึงรุ่นคุณปู่คุณย่า และ น้อง ๆ ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทุกคนมาด้วยใจที่อิ่มเอมที่จะช่วยกันเช่นเดียวกับพี่ตูน และทีมงานทุกคน

“บางคนลงจากรถเอาเงินแบงค์พันมัดมาเป็นปึก ๆ ยื่นให้ แล้วก็กลับขึ้นรถไม่ได้อยากเป็นข่าว มีแบบนี้เยอะมาก แต่ทุกครั้งพี่ตูนก็จะทักจะคุย บอกว่ามาถ่ายรูปกันก่อนครับ น้องบางคนถือกระปุกออมสินบางคนเต็มกระปุกแล้ว บางคนก็เพิ่งหยอด เด็กเค้าตอบได้นะว่าเอาไปช่วยโรงพยาบาล พี่ตูนก็จะบอกเสมอว่าตั้งใจเรียนนะลูก”

คุณป๊อก เปิดใจว่าในระยะแรกที่เริ่มสตาร์ทจากเบตงและวิ่งอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทีมงานจะคอยให้ข้อมูลอยู่เสมอว่า อีกไม่กี่กิโลเมตรข้างหน้าเรากำลังจะเข้าสู่พื้นที่สีแดง แต่ภาพที่ตนเห็นกลับเป็นรอยยิ้มตลอดเส้นทางซึ่งกลายเป็นพลังบวกให้กับทีมงาน จนรู้สึกว่าที่นี่คือ “พื้นที่สีชมพู”

“พี่ต่อจะคอยบอกว่า ข้างหน้าเราจะเข้าพื้นที่สีแดงแล้วนะ แต่ผมเห็นแววตาคนที่มารอ สิ่งที่เราเจอ คือรอยยิ้มตลอดทาง พี่น้อง เด็ก ๆ ใส่ฮิญาบ มารอ ยืนยิ้ม ผมเลยเรียกว่าพื้นที่สีชมพู พลังทั้งหมดเป็นพลังบวกตลอดเวลา”

คุณป๊อก ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากโครงการนี้จบลง นอกเหนือจากความสำเร็จในส่วนของเม็ดเงินที่จะนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลที่เป็นเป้าหมายสำคัญแล้ว รู้สึกดีใจที่ได้เห็นคนไทยทั่วประเทศ สนใจในการออกกำลังกายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมแนะสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพที่ดี

ทางด้าน “หมอเมย์” พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ ให้ข้อมูลว่าหลังจบโครงการ ทีมแพทย์ได้ติดตามและตรวจสอบร่างกายพี่ตูน และ ทีมวิ่งทุกคนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกคนร่างกายปกติดี อาจจะมีเพียงเรื่องฮอร์โมนที่ต้องใช้เวลาในการปรับ เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่วิ่ง ทีมทุกคนจะเจอภาวะกดดันทางอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งปลื้มปิติ บางกรณีเกิดอาการเครียดจากภาวะทางร่างกายเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บ รวมถึงสภาวะการนอนหลับที่ไม่ปกติตามวงจรชีวิตประจำวันทั่วไป

หมอเมย์ ได้ให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการจะออกกำลังกายแต่กังวลในเรื่องของสุขภาพว่า เบื้องต้นควรตรวจเช็คความดันในร่างกายก่อนว่าอยู่ในภาวะปกติหรือไม่ และหากไม่อยู่ในภาวะอันตรายก็สามารถออกกำลังกายได้ แต่ต้องอย่าหักโหม และควรทำซ้ำบ่อย ๆ ตามกำลังและเวลาที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละคน

สำหรับการออกกำลังการด้วยการวิ่ง ที่มีข้อกังวลว่าเป็นสาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อมนั้น หมอเมย์ให้ข้อมูลว่าทางการแพทย์ ระบุว่าอาการปวดเข่ากับเข่าเสื่อมไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เมื่อมีอาการปวดเข่าก็มักจะมีการตัดสินว่าคืออาการของเข่าเสื่อม จึงไม่กล้าวิ่ง หรือ ออกกำลังกาย ดังนั้น เมื่อเกิดอาการปวดเข่าแนะให้สำรวจตัวเองให้ดี หรือ ปรึกษาแพทย์ตรวจให้ชัดเจน เพื่อดูว่าแท้จริงแล้วเป็นโรคเข่าเสื่อมหรือไม่ หรือ เป็นเพียงการอักเสบของกล้ามเนื้อเท่านั้น

หมอเมย์ ยังได้ชักชวนให้คนไทยให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการวิ่งเท่านั้น โดยให้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า ต้องวอร์มก่อนออกกำลังกายเพื่อเป็นการยืดหยุ่น และ สร้างต้นทุนให้กล้ามเนื้อทุกครั้ง ภายใต้คอนเซป

“หัวใจแข็งแรง กล้ามเนื้อยืดหยุ่น กล้ามเนื้อแข็งแรง”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here