ทฤษฎีหมูสามชั้น

ดร.อาร์ม​ ตั้งนิรันดร​ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน​ ได้แบ่งทฤษฎีหมูสามชั้นของสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน เป็นดังนี้

ชั้นแรก สงครามการค้า
ชั้นที่สอง สงครามเทคโนโลยี “Tech war”
ชั้นที่สาม จีนก้าวหน้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สหรัฐฯ มุ่งทำสงครามการค้ากับจีน ด้วยเหตุที่กลัวความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นในจีนขณะนี้ โดยรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับนโยบายพัฒนาประเทศ ส่งผลให้จีนเกิดการเติบโตด้านการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด มั่นคงและแข็งแกร่ง

ทำให้สหรัฐฯ หวั่นไม่น้อยในการที่จีนจะก้าวขึ้นมาเทียบชั้นการเป็นมหาอำนาจของโลก จึงเกิด “Tech war” โดยมีโจทย์ใหญ่ คือ “หัวเว่ย” ที่ทำลายสถิติกวาดการพัฒนา 5G จากทั่วโลกมาอยู่ในมือได้เทียบเท่ากับสหรัฐฯ เหตุนี้เองสหรัฐฯ จึงหวั่นว่าจีน จะสามารถถือครองข้อมูลของคนทั่วโลกได้มากที่สุดในยุค “Internet of things”

Anywhere but China 

เป้าหมายสำคัญสหรัฐฯ

ดร.อาร์ม ชี้ว่าสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน นั้น สหรัฐฯ อยู่ในภาวะเริ่มมีอำนาจต่อรองน้อย เนื่องจากฐานการผลิตจากทั่วโลกมาอยู่ในจีน ทำให้เกิดความเชื่อมโยงกันทั้งหมด เป้าหมายของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะนี้คือ การแยกเศรษฐกิจ 2 ประเทศออกจากกัน

โดยพยายามย้ายฐานการผลิตของสหรัฐฯ ออกมาจากจีนให้ได้มากที่สุด สู่เป้าหมาย ABC หรือ “Anywhere  but China”

“แย่งชิงความเป็นผู้นำของโลก ไม่มีแล้วที่สหรัฐฯ จะเป็นมหาอำนาจเพียงคนเดียว แต่จะเป็นโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ ต้องบอกว่าตอนนี้เป็นความขัดแย้งของ 2 ยักษ์ใหญ่ แต่ถ้าเป็นเดโมแครต จะนุ่มนวลกว่านี้

ระยะสั้นคนจับตาปลายเดือนนี้ ทรัมป์ จะพบ สี จิ้น ผิง หรือไม่ ? ในการประชุม G20 ทรัมป์ขู่ ถ้าไม่มาก็จะขึ้นภาษีจริง ๆ หลายคนก็มองว่าจะไม่ขัดแย้งกันมากกว่านี้ แต่หลายคนก็มองว่าจีนไม่กลัว เพราะทรัมป์เองจะเสียด้วย คะแนนเสียงทรัมป์อาจจะตก”

ส่วนแนวร่วม หรือท่าทีประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ดร.อาร์ม ชี้ว่าในฝั่งยุโรปพยายามไม่โอนเอียง ยังสงวนท่าทีกับทั้ง 2 ฝ่าย ผลที่กำลังจะตามมาคือการย้ายฐานผลิตจากจีนเข้ามาในไทยและเวียดนาม โดยทั้ง 2 ประเทศนี้มีจุดแข็งที่ต่างกัน รวมถึงประเทศในอาเซียนก็จะได้รับความสนใจมากขึ้น

จีนเดินหน้า AI 2030 

“วิกฤต คือ โอกาส”  อาวุธสู้สหรัฐฯ  

ดร.อาร์ม มองอนาคตของจีน ไว้อย่างน่าสนใจ …

“AI 2030 ที่จีนตั้งเป้าไว้ 11 ปี เป็นวาระแห่งชาติ AI ในจีนเป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องความมั่นคงของเค้าด้วย ช่วยในการปกครองเข้าถึงข้อมูลประชาชนของเค้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ เค้าก็เลยทุ่มสุดตัว

จุดแข็งของจีน คือ ข้อมูล data มหาศาล สหรัฐฯ กลัวตรงนี้เป็นฉนวนสำคัญเลย คนจีน sense ในการปรับตัวแรงมาก เค้าเหมือนถูกผลักไปข้างหน้าทั้งคน ทั้งองค์กร ถ้าเค้าไม่ใหม่เค้าจะไปไม่ได้ ชีวิตคือการแข่งขันและก้าวไปข้างหน้า”

ดร.อาร์ม ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า จากที่จีนตั้งเป้าว่า 30 ปี จากนี้ จะเป็นสังคมมหาอำนาจสมัยที่ร่ำรวย  ประชาชนเป็นใหญ่ เลิศวัฒนธรรม แต่เป้าหมายนี้จะมีอุปสรรคตลอดเส้นทางจากสหรัฐฯ ที่จะไม่ให้จีนเดินไปถึงเป้าหมายได้

แต่จีนเข้มแข็งพอเพราะเค้ายึดมั่นว่าวิกฤต คือโอกาส เมื่อสหรัฐฯ ขวางทางเดินก็ถือเป็นโอกาสที่จีนจะสร้างมาตรการต่อสู้ขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา และในระหว่างห้วงเวลานี้สำหรับประเทศไทยถือว่า ถูกบีบจากทั้ง 2 ประเทศ ประเด็นสำคัญคือ ไทยจะมีกลยุทธ์ตั้งรับผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากทั้งสหรัฐฯ และ จีน อย่างไร ?

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here