Wonder Wander 17

ตอนที่ 17 /  ล่องเรือสำราญ ความสุขสุดหรูบนท้องทะเล

โดย พลอยสิริ สุภจรรยา สิริพูน และ แขกรับเชิญพิเศษ แนท Traveller อิทธิพงษ์ ตันติยาภรณ์

จากตอนที่แล้วพลอย และพี่แนทได้พาทุกคนไปปีนภูเขาไฟฟูจิที่ประเทศญี่ปุ่น ในตอนนี้ Wonder Wander จะพาทุกคนมาเปลี่ยนบรรยากาศ ไปล่องเรือสำราญกันบ้างนะคะ

แต่สำหรับเรื่องราว และขั้นตอนวิธีการเตรียมตัวไปปีนฟูจิซังสามารถรับฟังได้ในตอน “ญี่ปุ่นแดนอาทิตย์อุทัย มีภูเขาไฟเป็นสัญลักษณ์” ค่ะ

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีความฟันที่ว่าสักวันหนึ่งจะได้มีทริปไปล่องเรือสำราญที่ไหนสักแห่ง แต่ในสมัยก่อนนั้นการล่องเรือสำราญจะมีราคาที่แพงมาก ซึ่งต่างกับในปัจจุบันที่มีราคาที่ถูกลง และมีทริปที่ไปได้ง่ายขึ้นด้วยในปัจจุบันก็จะมีเรือสำราญจากหลายค่าย หลายเส้นทางให้นักที่เที่ยวได้เลือกเดินทางทั้ง ยุโรป อลาสก้า มากมาย โดยในเรือแต่ละรำก็จะมี Chalacter รูปแบบการตกแต่ง และกิจกรรมต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป

เส้นทางการล่องเรือ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเที่ยวเรือสำราญ

ถ้าพูดถึงการล่องเรือสำราญแล้วละก็ จะเป็นการท่องเที่ยวที่ทริปเดียวสามารถเที่ยวได้หลายประเทศ โดยที่เราสามารถเดินทางได้ในเวลาที่เรากำหนด เพราะแม้เวลาเราหลับเรือก็ยังล่องไปเรื่อง ๆ ซึ่งเมื่อเราตื่นมาก็จะพบว่าข้ามที่อีกประเทศหนึ่งแล้ว เหมือนได้เที่ยวประเทศใหม่ทุกวัน และที่สำคัญไม่ต้องคอยเก็บกระเป๋าทุกวันเพื่อย้ายโรงแรมใหม่อีกด้วย

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นนะคะ ว่าข้อดีของการเที่ยวเรือสำราญคือ ทริปเดียวเที่ยวได้หลายประเทศ อย่างทริปยุโรปที่เริ่มออกเรือจากสเปน ไปอิตาลี่ และกลับมาที่สเปนจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ส่วนทริปของเอเซียถ้าขึ้นเรือที่ประเทศไทยนั้น จะต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่บางเส้นทางก็จะไปขึ้นเรือที่ประเทศฮ่องกง ไปเวียดนาม และจบทริปที่สิงคโปร์ หรืออย่างที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีทริปล่องเรือเพื่อไปเที่ยวตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น

ข้อดีของการนั่งเรือสำราญอีกอย่างนั้นคือ การไม่ต้องเปลี่ยนพาหนะปล่อย ๆ เหมือนการนั่งเครื่องบิน หรือรถไฟนั่นเอง โดยเราสามารถนอนบนเรือระหว่างเดินทาง และระหว่างการเดินทางบนเรือสำราญยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ทำอีกมากมายอย่างเช่น Sport Arena , สวนสนุก , Game Center , โรงภาพยนต์ เป็นต้น ฉะนั้นเวลาที่เราอยู่บนเรือควรใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากการเที่ยวบนเรือสำราญแล้ว ตามจุดต่าง ๆ ที่มีการจอดที่ท่าเรือเรายังสามารถลงไปเที่ยวได้อีกด้วย ตามเมืองต่าง ๆ ที่จอดเราสามารถซื้อ Package ท่องเที่ยวเสริมแบบ One Day Trip ได้โดยจะมีไกด์นำเที่ยวตามจุดต่าง ๆ แล้วแต่เมือง แต่ถ้าหากไม่ต้องการซื้อ Package เพิ่มเราก็สามารถเที่ยวเองได้แต่ต้องระวังเรื่องของเวลาเป็นสำคัญ เพราะหากเรากลับมาไม่ทันเวลาเรือออก เราจะตกเรือทันทีและจะเป็นปัญหามาก

Cruise Compass วันนี้จะทำอะไรไม่ต้องคิดเยอะ

อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การเที่ยวเรือสำราญของเราไม่ต้องคิดเยอะก็คือ Cruise Compass ที่เป็นเอกสารบอกว่าวันนี้จะมีกิจกรรม หรือโชว์อะไรตั้งแต่เวลากี่โมงถึงกี่โมงให้เราได้ร่วมสนุก ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเที่ยวของคุณได้ดีที่สุด ช่วยให้คุณไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะทำอะไรดีให้ปวดหัว ในส่วนของโชว์นั้นเราสามารถเลือกที่จะเข้าดูได้ตามรอบและวันเวลาที่กำหนด แต่ของแนะนำให้ดูโชว์ที่มีรอบเดียวก่อนเพราะถ้าหากพลาดแล้วก็จะพลาดเลยไม่มีรอบ 2 อย่างเช่น โชว์ต้องรับเวลาขึ้นเรือที่เป็นขบวนพาเหรดนั่นเองค่ะ

จะไป Cruise ทั้งที่จองยังไงให้คุ้ม

การที่เราจะไปเที่ยวเรือสำราณนั้นสามารถจองได้จากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจองตรงกับบริษัท หรือจองผ่าน Agent ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน ซึ่งการจองผ่านบริษัทนั้นจะไม่รวมค่าทิปพนักงานบนเรือ ซึ่งถ้ารวมแล้วอาจมีราคาที่สูงกว่าจองผ่าน Agent  ส่วนการจองผ่าน Agent จะเป็นราคาที่รวมทุกอย่าง บางครั้งอาจจะมีรวมค่าตั๋วเครื่องบินให้แล้วด้วย และอาจจะยังมีส่วนลดให้อีกจากราคาปกติ ซึ่งถือคุ้มกว่ามาก

สำหรับการเลือกเรือที่จะเดินทางนั้น เราสามารถเลือกได้จากความเหมาะสมจาก Life Style ของเราว่าตรงกับเรือของบริษัทไหน เพื่อที่จะได้พักผ่อน และสนุกได้เต็มที่ในแบบของเรา

ในส่วนของเส้นทางในการล่องเรือ ก็จะมีมากมายหลายเส้นทาง ซึ่งคุณสามารถติดตามรับฟังได้จาก Wonder Wander EP.17 ล่องเรือสำราญ ความสุขสุดหรูบนท้องทะเล รวมทั้งเรื่องราวของคำศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ที่คววรู้อีกมากมากที่อยู่ใน Wonder Wander EP นี้เลยค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here