วิกรม กรมดิษฐ์ ห่วงไทยพัฒนาล่าช้าจากปัญหาการเมือง ยกกรณีศึกษา จีน เวียดนาม สิงคโปร์ สหรัฐ เป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศแต่ละด้าน

มองอนาคตในแบบฉบับ “วิกรม” โดยได้เปรียบเปรยแนวทางการทำธุรกิจตามแบบฉบับของ วิกรม เป็นแบบวัฏจักรผีเสื้อ เป็นการทำธุรกิจที่มีพัฒนาการ และ สามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ส่วนบทบาทนอกเหนือจากการทำธุรกิจนั้น ยอมรับว่า ในสมัย อดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ถูกทาบทามให้เล่นการเมือง และ ลงสมัครผู้ว่า กทม. แต่ได้ปฏิเสธไปทุกครั้ง

“มีคนชวนเล่นการเมือง แต่ไม่เหมาะกับผม ผมเป็นคนจริงจัง เป็นคนทำอะไรต่อเนื่อง แต่การเมืองไม่ต่อเนื่อง แล้วแต่อารมณ์ แล้วแต่การเปลี่ยนแปลงผมไม่ชอบ”

ความมั่นคงทางการเมือง สำคัญต่อนโยบายการพัฒนาประเทศ

คุณวิกรม ยังได้วิเคราะห์การเมืองในมุมมองของนักธุรกิจ โดยยกประเทศจีนมาเป็นกรณีศึกษา ถึงการพัฒนาประเทศภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ จากอดีตเป็นประเทศที่ประชาชนมีฐานะยากจนมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ผ่านมา 35 ปี รายได้ประชากรต่อหัว โตขึ้นถึง 40 เท่า เป็นเพราะความมีเสถียรภาพของรัฐบาล และ นโยบายที่ต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่นที่เป็นผล เช่นเดียวกับประเทศเวียดนามด้วย ส่วนประเทศไทยถือว่ามีพร้อมทุกด้าน แต่ขณะนี้กลับพัฒนาช้ากว่า ทั้งจีน และ เวียดนาม จึงเป็นเรื่องที่น่าคิด

“ถ้าเรายังทะเลาะกันอยู่จะเจ๊งหมด ในปี 2017 การลงทุนในเวียดนามโต 4-5 เท่า เพราะเค้าไม่มีปัญหาเรื่องประท้วง นโยบายต่อเนื่อง ถ้าบ้านเรายังเป็นแบบนี้ ขัดแย้ง เผาบ้านเผาเมือง ใน 5 ปี เวียดนามจะเฉียดเรา ตอนนี้ จีดีพีเค้า 2 แสนกว่าล้านเหรียญ เราโตกว่าเค้า 1 เท่าแค่นั้นเอง จากแต่ก่อนเราโตกว่า 3 เท่า”

ระบบการศึกษาไทยต้องแก้ ใช้โมเดล จีน สิงคโปร์ เวียดนาม สหรัฐ

คุณวิกรม ยังได้ทิ้งท้ายถึงระบบการศึกษาของประเทศไทยด้วยว่า ควรจะมีการแก้ไขทั้งระบบ โดยให้ดูต้นแบบของประเทศสิงคโปร์ ที่เป็นศูนย์รวมของคนเก่งจากทั่วโลก และ มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 12 ของโลก ส่วน เรื่องการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี ควรศึกษาต้นแบบจากสหรัฐอเมริกา สำหรับการพัฒนาด้านธุรกิจต้องศึกษาจากประเทศจีน

“คุณภาพของคนสะท้อนที่เงินเดือน คนสิงคโปร์ เงินเดือนสูงมาก มหาวิทยาลัยของเค้าติดอันดับ 12 ของโลก ของไทยดีที่สุดอันดับที่ 200 กว่า สิงค์โปรไม่ปิดกั้นคนเก่งทั่วโลก ส่วนอเมริกาสะสมคนเก่ง ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน เค้ามีหัวกะทิของโลก ให้กรีนการ์ด ให้ทุน เค้าทำเรื่อง R&D เยอะมาก ส่วน จีนพยายามแต่เค้ายังชอบก๊อปปี้อยู่ แต่ถ้าเป็นธุรกิจจีนซื้อหมด 3-4 ปีที่ผ่านมา จีนมีกระแสเงินสดเยอะมาก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเยอะมาก”

30 ปี อมตะนคร สร้างงานกว่า 3 แสนคน เดินหน้า อมตะ คาสเซิล

ส่วนความคืบหน้าของโครงการ อมตะ คาสเซิล คุณวิกรม บอกว่า ถือเป็นงานศิลปะต้องสร้างสรรค์ไปตามความรู้สึก ไม่เร่งรีบ คาดว่าอีกกว่า 10 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ส่วน อมตะนคร จนถึงขณะนี้ มีอายุกว่า 30 ปี แล้วจากเนื้อที่เริ่มต้น 300 ไร่ ขณะนี้มีกว่า 7 หมื่นไร่ และพัฒนาต่อไปในอนาคตอีกประมาณ 2 แสนไร่ รวมจำนวนโรงงานประมาณ 1,300 โรงสร้างงานได้กว่า 3 แสนคน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here