ก่อนที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในตอนเที่ยงวันที่ 31 มกราคม 2563 ได้มีรายงานข่าว “พรรคเศรษฐกิจใหม่” ได้ส่งหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งมติคณะกรรมการบริหารพรรคให้ถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อทำงานเป็นอิสระตามแนวทางของพรรค

ฉะนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเหลือ 6 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย

นี่คือภาพสะท้อนความไม่เป็นเอกภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งในการเตรียมการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ก็เต็มไปด้วยข่าวลือต่าง ๆ นานา เหมือนฝ่ายค้านป่วย มีอาการโรคเลื่อน และโรคลมชัก คือ ชักเข้าชักออก

6 เป้าหมายซักฟอก

กว่าที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะลงตัวเรื่องรายชื่อ “รัฐมนตรี” ที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้ใจ ก็ล่วงมาถึง 10.00 น. ก่อนจะยื่นญัตติให้ประธานสภาผู้แทนฯ ในเวลา 11.30 น. วันที่ 31 มกราคม 2563

สรุปว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี
3.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย
5.ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ
6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

เป้าหลัก-ประยุทธ์

ยุทธศาสตร์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านในศึกซักฟอกครั้งนี้คือ การมุ่งประเด็นไปที่ผู้รับผิดชอบหลักของรัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรี เพราะในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้กุมความรับผิดชอบทั้งการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ รวมถึงดูแลด้านความมั่นคง และการเมืองเอาไว้หมด

นอกจากนี้ ประเด็นที่จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ ก็จะพุ่งเป้าไปที่การขายที่ดินของบิดา ย่านบางบอน ซอย 3 มูลค่า 600 ล้านบาท ไปให้เครือข่ายคนใกล้ชิดของเจริญ สิริวัฒนภักดี รวมถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการที่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าสัวเจริญ

เป้ารอง-อนุพงษ์

กรณีของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นั้น จะพุ่งเป้าไปที่ปมการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ โยงกับนักลงทุนจีนที่ได้รับอนุญาตให้ผู้ประกอบการเพียง 2 ราย ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าขยะ และตั้งโรงไฟฟ้าขยะ-โรงกำจัดขยะ

เป้าหลอก-ประวิตร

หลายคนสงสัย ทำไมมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในโค้งสุดท้าย

ถ้ายังจำกันได้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ได้แถลงกับนักข่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ จะไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร เพราะไม่ได้รับผิดชอบด้านความมั่นคง และประเด็นนาฬิกาหรู ปปช. ก็ตีตกไปแล้ว

แต่การประชุมร่วมพรรคฝ่ายค้าน ส.ส.เพื่อไทยบางกลุ่ม รวมถึงพรรคอนาคตใหม่ และพรรคเสรีรวมไทย เห็นควรว่าจะต้องอภิปราย “บิ๊กป้อม” เนื่องจากเป็นผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง และเป็นเสาค้ำยัน “2 ป.” คือ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์

เป้าพ่วง-วิษณุและดอน

สำหรับ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทยจองกฐินเรื่องคดีหนีภาษีของบริษัทฟิลลิปมอร์ริส บริษัทผู้นำเข้าบุหรี่รายใหญ่

ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า มีเอกสารสองฉบับจากกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นผ่านรองนายกฯ วิษณุ และส่งต่อพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ถอนฟ้อง บ.ฟิลิปมอร์ริส ก่อนหน้านั้น รองนายกฯ วิษณุ ได้เรียกข้าราชการ 29 คนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีของ บ.ฟิลลิปมอร์ริส มาพูดคุย

เป้าเสริม-ธรรมนัส

จริง ๆ แล้ว ชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่มีอยู่ในโผถูกซักฟอกของพรรคเพื่อไทย แต่พรรคอนาคตใหม่ ได้ตรวจสอบและเก็บหลักฐานข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคดียาเสพติดไว้พอสมควร รวมถึงได้รับข้อมูลจากศาลประเทศออสเตรเลียมาเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมที่จะอภิปราย ร.อ.ธรรมนัส ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ฝ่ายค้านไม่เอกภาพ

คิวซักฟอกที่ขั้วฝ่ายค้านมาช้าเสียเหลือเกิน ก็อ่านได้ทั้งเอาชัวร์ และมั่วนิ่ม หวาดระแวงกันเอง ต่างฝ่ายต่างระวังเกมเขี้ยว ล่าเมืองขึ้น ตีไปกินไป

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งธงอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐบาล ก็โหมมาแต่กลางเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว แถมกำหนดตัวรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไว้ 5 คน ขณะที่อีก 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

กระทั่งบ่ายวันที่ 30 มกราคม 2563 สมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยผลการประชุมฝ่ายค้าน สรุปรายชื่อ “รัฐมนตรี 9 คน” ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย 1) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 3) สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 4) วิษณุ เครืองาม 5) อนุทิน ชาญวีรกูล 6) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 7) อุตตม สาวนายน 8) ดอน ปรมัตถ์วินัย และ 9) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ตกดึกคืนวันเดียวกัน รายชื่อรัฐมนตรีจาก 9 คน เหลือ 5 คนคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา วิษณุ เครืองาม ดอน ปรมัตถ์วินัย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สุดท้ายในวันยื่นญัตติจริง ก็กลายเป็น 6 รายชื่อ

เกมสลาย 3 ป.

เมื่อเห็น 6 รายชื่อรัฐมนตรี ที่ตกเป็นเป้าเชือดของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ได้เห็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านคือ มุ่งสลาย “ฐานอำนาจ คสช.” เป็นด้านหลัก เป็นปฏิบัติการเพื่อมุ่งหวังไปสู่การเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ด้วยอาศัยการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นตัวนำร่อง

1.สลายฐาน 3 ป. โดยเป้าหลักพุ่งไปที่นายกฯประยุทธ์ และทีมงานที่เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่ รัฐบาล คสช. เป็นหลัก โดยเฉพาะ รมต. “โควตากลาง” พลังประชารัฐ ของนายกฯประยุทธ์ ที่ไร้กำลัง ส.ส.หนุนหลัง

2.แยกสลายพลังประชารัฐ โดยรัฐมนตรีในสายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ถูกซักฟอกสักราย รวมถึงรัฐมนตรีสายกลุ่มสามมิตร

3.แยกสลายพรรคร่วมรัฐบาล ปรากฏว่า รัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย รอดพ้นจากการถูกซักฟอก นี่คือแผนแยกปลาแยกน้ำ ขยายรอยร้าวรัฐบาล

4.ทำลายขุนพล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ได้ชื่อว่าเป็นมือทำงาน มือประสานสิบทิศ สายตรง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร แต่มีจุดอ่อนเรื่องจริยธรรม จึงตกเป็นเป้าการทำลายจากฝ่ายค้าน

ในภาวะสนิมเนื้อในเรือเหล็ก ทั้งปมเสียบบัตรแทนกัน ระหว่างคนประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย หรือแม้แต่ในพลังประชารัฐ หลากกลุ่มก๊กก๊วน จ้องเสียบเสี้ยมกันตลอด

ศึกซักฟอกรอบนี้ จะเป็นบทพิสูจน์พรรคร่วมรัฐบาล “แยกหมู่” ก็มีโอกาส “พัง” ทั้งกระดาน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here