พลันที่มีข่าวการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของ กรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาจากงานเลี้ยงปีใหม่ที่กลุ่มคนใกล้ชิดและแฟนคลับร่วมจัดให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อค่ำวันที่ 14 ม.ค.2563 ข่าวออนไลน์บางสำนัก พาดหัวดักทางไว้เรียบร้อย “กรณ์ ลาออก ปชป.-ตั้งพรรคใหม่”

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค.2563 กรณ์ จึงแถลงเรื่องการลาออกจาก ปชป. ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมโชว์หนังสือลาออก และในวันศุกร์ที่ 17 ม.ค.2563 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรค ปชป. ก็จะแถลงการลาออกจากพรรคเช่นเดียวกัน

การสละเรือลำเก่าของกรณ์-อรรถวิชช์ ได้ทำให้ข่าวลือเรื่อง “พรรคใหม่” ของกรณ์ และมิตรสหาย ปลายปีที่แล้ว กลายเป็นความจริง

นักปฏิบัตินิยม

ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. เมื่อกลางเดือน พ.ค.2562 กรณ์ จาติกวณิช ได้กล่าวถึงการปฏิรูปพรรค ปชป. ว่า ต้องยึดหลักปฏิบัตินิยม คือให้ความสำคัญกับการทำ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคง แต่มีความยืดหยุ่นเพื่อให้เดินไปตามแนวทางที่กำหนดไว้

เนื่องจากกรณ์ เติบโตมาจากแวดวงนักการเงิน ในฐานะผู้บริหารมืออาชีพ จึงเลือกวิถีแบบ “นักปฏิบัตินิยม” ต่างจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่เคยบริหารธุรกิจแขนงใด โตมาแบบนักวิชาการ

กรณ์ลาออกบริษัทเจพี มอร์แกน ประเทศไทย เพื่อเข้าสู่วงการเมือง ในวัย 39 ปี จากการชักชวนของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อนนักเรียนเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่อังกฤษ โดยชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.เขต 7 กทม. จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2548

หลังจากเข้าสู่สนามการเมือง กรณ์ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก้าวขึ้นสู่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในรัฐบาลอภิสิทธิ์ กรณ์ได้รับตำแหน่งสำคัญคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

การเป็นนักปฏิบัตินิยมในพรรคเก่าแก่ มีวัฒนธรรมการเมืองแบบนักเลือกตั้งขนานแท้ จึงทำให้กรณ์กลายเป็น “คนแปลกแยก” เมื่อนักการเมืองภาคใต้ ผู้ถอดแบบมาจาก “ชวน หลีกภัย” ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.

พิษเลือกประมุข ปชป.

สมรภูมิการเลือกตั้งหัวหน้า ปชป.ครั้งล่าสุด ช่วงแรก ๆ สปอตไลท์สาดจับที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับ กรณ์ จาติกวณิช

กรณ์ก็มีความมั่นใจมาก เพราะมีกองหนุนหลักคือ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และมี ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ที่กุมเสียงภาคเหนือ ถูกวางตัวเป็นเลขาธิการพรรค

การตัดสินใจลงชิงหัวหน้าพรรค ปชป.ของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นตัวแปรที่ทำให้กรณ์พ่ายแพ้ เนื่องจากกลุ่ม กปปส.ที่นำโดย ถาวร เสนเนียม ในเบื้องแรกจะหนุนกรณ์ เมื่อพีระพันธุ์เสนอตัว พร้อม “กองหนุนนอกพรรค” กลุ่มถาวรจึงเทเสียงให้พีระพันธุ์

เมื่อกลุ่มจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นผู้กุมอำนาจในพรรค คู่แข่งชิงประมุข ปชป.อย่างพีระพันธุ์ และกรณ์ ก็ไม่ต่างจาก “คนตกงาน”

อเวนเจอร์ “จุรินทร์”

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ มีลักษณะของนักเลือกตั้งอาชีพ คล้ายชวน หลีกภัย จึงถอดแบบการบริหารพรรคสไตล์ชวน นั่นคือ หัวหน้าพรรค ต้องมีบุคลิกสุขุม และภาพลักษณ์ขาวสะอาด ส่วนเลขาธิการพรรค ต้องเป็นมือประสานสิบทิศ ครบเครื่องเรื่องบู๊บุ๋น

ชวน หลีกภัย เคยมีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนหิ้วกระเป๋า จุรินทร์ก็มีเฉลิมชัย ศรีอ่อน มาถือกระเป๋าให้เช่นกัน

ส่วนทีมเศรษฐกิจของพรรค ปชป. จุรินทร์ ดึงปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลูกชายคนโตของ ‘ดร.ซุป’ ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) มาเป็นประธานคณะทำงาน ‘ทีมเศรษฐกิจทันสมัย’ หรือ ‘ทีมอเวนเจอร์’

นี่คือจุดพลิกผันสำคัญของกรณ์ เพราะสิบปีมานี้ เมื่อเอ่ยถึงขุนพลเศรษฐกิจ ปชป. ก็นึกถึงกรณ์ แต่จุรินทร์มองข้ามกรณ์ เหมือนกรณ์ไม่มีตัวตนในพรรค

มีกลุ่มคนใกล้ชิดอภิสิทธิ์ พยายามส่งเสียงเสนอตัวกรณ์ เป็นแคนดิเดตผู้ว่า กทม.ในนามพรรค ปชป. คณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.ยุคจุรินทร์ ก็ทำหูทวนลม

พลังสตาร์ทอัพ

สำนักข่าวออนไลน์รายงานตรงกันว่า กรณ์ จะเดินสร้างพรรคการเมืองใหม่ จะระดมนักธุรกิจสตาร์ทอัพเข้ามาร่วมกันสร้างฝัน

ทำไมกรณ์ จึงต้องพุ่งเป้าไปที่กลุ่มสตาร์ทอัพ ?

กรณ์มีประสบการณ์ตรงจากการเป็น “ผู้ประกอบการ” ที่มีเป็นบริษัทของตัวเอง แล้วก็ขายให้บริษัทข้ามชาติ ไม่ต่างจากกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในวันนี้ เพียงแต่ธุรกิจยุคใหม่มักจะอาศัยเทคโนโลยี หรือระบบอินเทอร์เน็ต ก็เลยมีสตาร์ทอัพเกิดขึ้นมา

ช่วงหลังรัฐประหาร 2557 กรณ์จึงเขียนหนังสือชื่อ Dare to Do กล้าลุยไม่กลัวล้ม คัดเลือก 12 ธุรกิจกลุ่มสตาร์ทอัพมาลงในหนังสือ และมีประมาณ 5 กิจการที่เป็นกิจการในหมวดสตาร์ทอัพทางเทคโนโลยี

ต่อจากนั้น กรณ์ร่วมปลุกปั้นสตาร์ทอัพในหมวดฟินเทค ก่อตั้งสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย และเป็นประธานบริษัท Refinn สตาร์ทอัพ ที่ให้บริการออนไลน์ ด้านรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย

กลุ่มนักธุรกิจสตาร์ทอัพ จึงเป็นเป้าหมายของกรณ์ ในการสร้างฐานการเมืองในอนาคต

พรรคใหม่คือทางออก

นับแต่วันนี้เป็นต้นไป กรณ์ จาติกวณิช และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้หันหลังให้พรรค ปชป. คงมานั่งสุมหัววางแผนการสร้างพรรคการเมืองใหม่ ที่ห้องทำงานบนชั้น 22 ของตึกสูง ที่อยู่เยื้องกับตึกซันทาวเวอร์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว ฝั่งเดียวกับสำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ

จะมีการเปิดหน้าเปิดตา “โจ แอร์เอเชีย” ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยแอร์เอเชีย หรือไม่ ? ก็ต้องติดตามดูฉากต่อไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here