“สอนเรื่องการเงินให้ลูก สอนเมื่อไหร่และวิธีไหนดีที่สุด”

คำถามที่คนเป็นพ่อเป็นแม่อยากรู้คำตอบมากที่สุด

เพราะเรื่อง “เงิน” ยาก และค่อนข้างซับซ้อน ที่จะอธิบายให้เด็กเล็กฟัง

แต่จะรอให้ลูกโตอีกหน่อยแล้วจึงค่อยมาสอนก็กลัวจะสายเกินไป เพราะนิสัยบางอย่างได้ฝังรากลึกไปแล้วแก้ไขได้ยาก

หลายคนมีปัญหาเรื่องการเงินในปัจจุบัน พอไล่ย้อนไปหาสาเหตุต้นตอพบว่า เกิดจากนิสัยการใช้จ่ายไม่ดีที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก

Talk Corner ตอนนี้บิวขอหยิบเนื้อหาที่ได้พูดคุยกับโค้ชหนุ่ม คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงินชื่อดังที่นอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินแล้ว ยังพ่วงตำแหน่งคุณพ่อลูก 2 ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้อีกด้วย

โค้ชหนุ่มได้เล่าถึงประสบการณ์ในการสอนเรื่องการเงินให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก พร้อมกับแนะนำหนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก 3 เล่มที่โค้ชเลือกให้ลูกชายทั้งสองคนอ่านตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ควบคู่ไปกับการค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ สอนและการปฏิบัติตัวให้เห็นเป็นแบบอย่าง

ก่อนจะเข้าเรื่องหนังสือ คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงอยากทราบว่า

เราควรสอนลูกเรื่องเงินเมื่อไหร่ดี ?

บางตำราว่ากันว่า ควรสอนเรื่องเงินตั้งแต่ลูกเริ่มรู้จักตัวเลข และบวกลบเลขเป็น แต่โค้ชหนุ่มในฐานะคุณพ่อกลับเห็นในมุมที่ต่าง

“ผมว่าเราสอนตั้งแต่เริ่มพูดคุยกันรู้เรื่องเลย เพราะเงินไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่มันหมายรวมถึงอุปนิสัยและความคิด ซึ่งพ่อแม่สามารถเริ่มปลูกฝังให้กับพวกเขาได้ทันทีที่สื่อสารกันรู้เรื่อง

โดยเฉพาะเรื่อง “ความคุ้มค่า” และ “การประหยัด” เราสามารถเริ่มสอนลูกได้เลย โดยไม่ต้องรอให้เขาบวกเลขเป็น” โค้ชหนุ่มกล่าว

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก 3 เล่ม - คำคม

คำตอบของโค้ชหนุ่มค่อนข้างชัด คือให้เริ่มตั้งแต่เขาเริ่มสื่อสารด้วยการพูดคุยแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนจะเป็นเทคนิคไหนคงขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน โดยเริ่มจากการพูดคุยให้ทำความเข้าใจจากเรื่องง่าย ๆ

เมื่อถึงวัยที่ลูกอ่านหนังสือได้ ถือเป็นโอกาสทองเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือให้หาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน การใช้จ่ายมาให้เขาอ่าน เลือกประเภทให้เหมาะกับวัย และเนื้อหาไม่หนักจนเกินไป นอกจากลูกจะได้ความรู้เรื่องเงินแล้ว พ่อแม่ยังสามารถปลูกฝังเรื่องการอ่านให้กับลูกได้อีกด้วยค่ะ

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก 3 เล่มที่โค้ชหนุ่มแนะนำ

เล่มที่ 1: หนังสือ “สอนหนูให้รวย”

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก - หนังสือสอนหนูให้รวย

ถ้าพูดถึงหนังสือเรื่องการวางแผนการเงินที่อยู่ในดวงใจของคนวัยทำงานอย่างเรา ๆ เชื่อแน่ว่าเล่มต้น ๆ ที่ทุกคนจะต้องนึกถึงคือ “พ่อรวยสอนลูก” ของ โรเบิร์ต ที.คิโยซากิ ซึ่งโค้ชหนุ่มเป็นผู้แปลเป็นฉบับภาษาไทย

หนังสือเล่มนี้ทำให้คนทั่วไปรวมถึงมนุษย์เงินเดือนตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องการเงินมากขึ้น อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเรื่องการเงินให้กับบางคนเลยก็มี

แต่คุณทราบหรือไม่ว่าในภาคของเด็กนั้น มีหนังสือเป็นภาคย่อของพ่อรวยสอนลูกฉบับเด็กด้วยค่ะ ชื่อว่า “สอนหนูให้รวย” และเป็นเล่มแรกที่โค้ชเลือกให้ลูกชายอ่าน

“เล่มนี้เป็นเรื่องย่อของพ่อรวยสอนลูกแบบเด็ก ๆ วาดผ่านตัวการ์ตูน เป็นหนู เป็นเต่า และสัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นเพื่อนกันแล้วก็มาคุยเรื่องเงิน เล่มนี้อ่านสนุกไม่หนักมากครับ ตัวอย่างเนื้อหาจะมีการพูดถึงกระแสเงินสด อธิบายง่าย ๆ เพื่อให้เด็กเข้าใจคำว่าทรัพย์สิน หนี้สิน การเก็บออม เล่มนี้ไม่หนาครับ ภาพเป็น 4 สี น่าอ่านเหมาะกับเด็ก ๆ มากครับ” โค้ชหนุ่มกล่าว

สำหรับหนังสือ “สอนหนูให้รวย” เล่มนี้ มีความโดดเด่นในแง่ของการเล่าเรื่อง มีวิธีสอนเด็ก ๆ ให้เรียนรู้เรื่องการเงินโดยคำแนะนำของพ่อรวย

เนื้อหาในเล่มจะทำให้เด็ก ๆ เข้าใจเรื่องการทำงานที่ไม่ได้หวังแค่เงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการทำงานเพื่อเรียนรู้ ซึ่งในอนาคตความรู้ตรงนี้จะต่อยอดสร้างทรัพย์สิน สร้างรายได้ให้เขาแบบไม่รู้จบ (ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED)

เล่มที่ 2: หนังสือซีรีส์ชุด “ครอบครัวตึ๋งหนืด”

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก - หนังสือซีรีส์ชุดครอบครัวตึ๋งหนืด

หัวใจสำคัญของการเลือกหนังสือสอนเรื่องการเงินให้เด็กที่โค้ชหนุ่มเน้นย้ำคือ ต้องเน้นหนังสือที่มีความเป็นการ์ตูนในช่วงลูกยังเล็ก เพราะการอัดเนื้อหาที่ดูหนักและเครียดเขาอาจจะไม่สนใจ

การ์ตูนมีตัวหนังสือไม่เยอะ เน้นภาพ และความสนุกสนาน ซึ่งในหนังสือเล่มที่ 2 ที่โค้ชแนะนำนั้น เป็นเล่มที่ได้รับการยืนยันจากคุณพ่อคุณแม่หลายคนว่าลูกอ่านจนวางไม่ลง เคยติดอันดับหนังสือขายดีประจำปี 2554 มาแล้ว และยังถูกนำมาสร้างเป็นเวอร์ชันละครโทรทัศน์ไทยอีกด้วย นั่นก็คือซีรีส์ชุด “ครอบครัวตึ๋งหนืด”

“อีกเล่มที่ผมคิดว่าเหมาะกับเด็ก ๆ มากคือ ซีรีส์ชุดครอบครัวตึ๋งหนืด เล่มนี้เป็นหนังสือแปลมาจากเกาหลีใต้ แนวครอบครัวประหยัดเงิน การเก็บออม จะไปเที่ยวก็วางแผน จะซื้อของก็วางแผนเก็บตังค์ น่ารักครับเล่มนี้ เนื้อหาสนุก ผมแอบเห็นลูก ๆ ตอนอ่าน ๆ ไปหัวเราะไปด้วยครับ เป็นอีกเล่มที่ผมแนะนำครับ” โค้ชหนุ่มกล่าว

สำหรับหนังสือซีรีส์ชุด “ครอบครัวตึ๋งหนืด” เป็นหนังสือการ์ตูนความรู้จากเกาหลีใต้เป็นการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ จัดพิมพ์ด้วยระบบภาพสี และมีฉบับลิขสิทธิ์ภาษาไทย

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชาวเกาหลี ซึ่งเห็นแก่กิน แต่ตอนหลังเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อความรู้ด้านการมัธยัสถ์อดออม ปัจจุบันเป็นซีรีส์เรื่องยาวที่มีทั้งหมด 31 เล่มด้วยกัน รวบรวมมิติต่าง ๆ ในเรื่องของเงินได้น่าสนใจ เช่น ยุทธการหนีความจน การพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านในฝัน การวางแผนเก็บเงินเพื่อการท่องเที่ยว เป็นต้น

แนะนำเนื้อหาเพิ่มเติม: รายละเอียดเนื้อหาโดยย่อของครอบครัวตึ๋งหนืดทั้ง 31 เล่ม

เล่มที่ 3: หนังสือ “หมาน้อยสอนรวย”

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็ก - หนังสือหมาน้อยสอนรวย

การเลือกหนังสือสอนเรื่องการเงินให้กับเด็กตามการรับรู้ของช่วงวัยมีความสำคัญมาก

2 เล่มแรกที่โค้ชหนุ่มแนะนำไป สามารถให้เด็กเล็กหรือเด็กที่เริ่มต้นอ่านหนังสือเป็นอ่านได้เลย เพราะเนื้อหาไม่หนักและเน้นภาพ แต่เมื่อลูก ๆ โตขึ้นมาสักหน่อย อีกเล่มที่โค้ชหนุ่มแนะนำคือ “หมาน้อยสอนรวย” เล่มนี้ถือเป็นหนังสือที่สอนเรื่องการเงินที่ผู้ใหญ่อ่านได้ เด็กอ่านดี ค่ะ

“สำหรับเล่มที่ 3 ที่ผมจะแนะนำคือ หมาน้อยสอนรวย เล่มนี้เหมาะกับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยครับ เนื้อเรื่องยังเล่าแบบมีตัวละคร หมาน้อยกับเด็กหญิงน่ารัก จะแตกต่างจากสองเล่มที่แนะนำไป เล่มนี้มีภาพน้อยไม่ได้เล่าด้วยภาพแบบการ์ตูน เป็นเนื้อเรื่องยาว ๆ ที่คุยเรื่องการเงิน การออมการใช้จ่ายครับ” โค้ชหนุ่มกล่าว

สำหรับหนังสือ “หมาน้อยสอนรวย” เป็นหนังสือขายดีในประเทศเยอรมัน รวมทั้งประเทศในแถบเอเชียคือ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน

แปลจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน ชื่อ Ein Hund namens MONEY ซึ่งเขียนโดย “Bodo Schafer” เศรษฐีชาวเยอรมันผู้พลิกฟื้นจากฐานะยากจนกลายเป็นคนร่ำรวย

ด้วยวิธีคิดที่แตกต่างเนื้อหาของหนังสือ จึงทำให้การเดินเรื่องเต็มไปด้วยความสนุกสนาน สอดแทรกกลยุทธ์ผ่านตัวละครระหว่างหมาน้อยพันธุ์ลาบราดอร์ที่ชื่อ “มันนี่” กับ “เด็กหญิงคีรา”

ผู้อ่านจะได้เรียนรู้วิธีคิด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเงิน เก็บเงิน หาเงิน และลงทุน เพื่อสร้างฐานะที่มั่นคงและมีอิสรภาพทางการเงิน นอกจากนี้ยังสอนวิธีคิดในการเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย (ขอบคุณข้อมูลจาก SE-ED)

ข้างต้นคือหนังสือ 3 เล่มที่โค้ชหนุ่มแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการสอนเรื่องการเงินให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็ก โค้ชได้กล่าวสรุป นอกเหนือจากการสอนด้วยหนังสือแล้ว พ่อแม่จะต้องค่อย ๆ พูดคุยสอดแทรกให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเขาด้วย

“พ่อแม่ลองสร้างกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้จ่าย เช่น พาลูกไปกินข้าว พาไปกินข้าวในห้างก็บอกราคา พาไปกินข้าวร้านข้างทางก็บอกราคา แล้วให้เค้าเปรียบเทียบว่ากินมื้อเดียวในห้างอาจกินได้ถึง 3 มื้อถ้าเปลี่ยนไปกินข้างทาง

แต่ไม่ได้บอกเค้าว่าฟุ่มเฟือยไม่ได้ ฟุ่มเฟือยได้บางครั้งเพื่อความสุขของชีวิต แต่ต้องไม่เกินตัว “ฟุ่มเฟือย” กับ “เกินตัว” คำสองคำนี้ไม่เหมือนกัน ต้องค่อย ๆ สอนครับ

เราจะสังเกตเห็นว่า ถ้าเด็กเติบโตมาในครอบครัวที่สอนเรื่องการใช้จ่าย การใช้เงินที่คุ้มค่า พอเค้าโตมา เค้าก็จะมีความรู้สึกผิดกับตัวเองหากใช้จ่ายเกินตัว เหมือนมีตัวกระตุกเตือนให้เค้ายั้งคิด

แต่ถ้าเค้าใช้จ่ายเกินตัวมาตั้งแต่เด็ก เค้าก็จะไม่โฟกัสเรื่องนี้ ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิด เวลาให้เค้าอ่านหนังสือไม่ต้องไปหวังความเข้าใจ 100% เด็กเวลาเจอแล้วก็ชอบถาม เวลาเค้าโตเค้าจะนึกถึงตรงนี้ ก็จะต่อยอดการเรียนรู้ของเขาต่อเองครับ” โค้ชหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

บทสรุป

หนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็กทั้ง 3 เล่มข้างต้นที่โค้ชหนุ่มแนะนำ ถือเป็น “ตัวช่วย” ในการสอนเรื่องการเงินให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แต่ที่สำคัญคือ

สำเนาจะคมชัดแค่ไหน ขึ้นอยู่กับต้นฉบับที่คมชัดเช่นกัน

อยากให้เขาเป็นอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องทำตัวแบบนั้น

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่านิสัยการใช้จ่ายอยู่ใน DNA หรือพันธุกรรมหรือไม่ แต่ที่ชัดคือพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ มีผลต่อพฤติกรรมของลูกแน่นอน ปูพื้นฐานเขาให้แน่นตั้งแต่ยังเด็ก ในอนาคตเขาจะได้เติบโตเป็นบุคคลคุณภาพ ไร้ปัญหาเรื่องการเงิน ยอมเหนื่อยตอนนี้ดีกว่าต้องคอยตามแก้ปัญหาให้ลูกทั้งชีวิต

เป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ และถ้าใครมีหนังสือสอนเรื่องการเงินสำหรับเด็กที่สนุก ๆ แนะนำ คอมเมนต์หรือแชร์กันได้เลยค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here