จับกุมบุคลากรมูลนิธิข้าวขวัญ ทำเกินกว่าเหตุ   

คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ระบุถึงกรณี อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ และอ.พรชัย ชูเลิศ (อ.ซ้ง) จากมูลนิธิข้าวขวัญที่ถูกจับกุมในคดีครอบครองและแปรรูปกัญชา

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และปปส. ได้ดำเนินการในการจับกุมเกินกว่าเหตุ เปรียบเสมือนผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งภาพที่ออกไป มีนักกฎหมายจากหลายฝ่ายแสดงความประสงค์จะเข้ามาช่วยในการฟ้องร้องปกป้องสิทธิ์

“วันที่เจ้าหน้าที่เข้าไป เหมือนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด มันรุนแรงไปสำหรับคนปรารถนาดีแบบ อ.เดชา ถ้าเห็นภาพชุดที่เข้าไปเหมือนหน่วยคอนมานโด แล้วผมรู้มาว่า เอาอ.ซ้ง ไปเซฟเฮาส์  2 วัน แล้วถึงนำตัวมาโรงพักและศาล”

เกิดกระแส “#SaveDecha” 

ปลุกการตื่นตัวปกป้องสิทธิ์ผู้ป่วยในการเข้าถึงยา

คุณวิฑูรย์ ชี้หลังการเกิดกระแส #SaveDecha” เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เกิดการตื่นตัวในการปกป้องสิทธิ์ผู้ป่วยในการเข้าถึงยาที่เป็นอุดมการณ์ของ อ.เดชา ในการรักษาเพื่อนมนุษย์

ถือเป็นศีลธรรมพื้นฐานสำคัญที่ อ.เดชา ปฏิบัติและยึดเหนี่ยวมาตลอด ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่ล้าหลัง  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปทบทวนในทางปฏิบัติ และในขณะนี้มีแนวร่วมจากวงการแพทย์แผนไทยเป็นแรงหนุนให้อย่างต่อเนื่อง

“การเข้าถึงยาเป็นเรื่องสำคัญ ยาบางชนิดราคาต่างกัน 10 เท่า 100 เท่า สิทธิในการเข้าถึงยาสำคัญ
ข้อเรียกร้องอีกข้อของ อ.เดชา คือสิทธิของหมอยาพื้นบ้าน การผลิตยาแจกจ่ายผู้ป่วยชาวบ้าน เป็นวิถี โดยเฉพาะกัญชา

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 40 ปี หมอยาก็ใช้ ท่านก็อยากให้สิทธินี้กลับมา ปปส.ต้องทบทวน ส่งเสริม ให้ได้รับการคุ้มครองโดยเร็ว ส่วน อย. ต้องมีระเบียบในการรับเรื่องและการอนุญาตที่ชัดเจน”  

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here