“คนเข้าใจว่าเงินน้อยหลักร้อย หลักพัน ลงทุนไม่ได้ ปัจจัยสำคัญของการลงทุนไม่ใช่เรื่องเงินน้อยหรือเงินมาก  แต่อยู่ที่ระยะเวลาในการลงทุน  เริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ก็จะได้ผลตอบแทนเร็วเมื่อนั้น“

คุณพรทิพย์ ได้แนะนำแนวทางในการลงทุน โดยใช้หลักพิจารณาแบบง่ายๆ และได้วิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้ทางการค้าของ 2 มหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกาและจีน ยอมรับมีผลต่อการลงทุนในภาพรวม แต่ไม่กระทบต่อการลงทุนของตลาดหุ้น หลักคือ ถ้าตัวหุ้นเป็นธุรกิจที่ดี แม้จะเจอปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ไม่ส่งผล
ซึ่งต้องประกอบกับผู้ลงทุนที่ต้องรู้จักเลือกหุ้นดี ราคาถูกและเข้าซื้อในช่วงเวลาที่เหมาะสม

และจากการที่คุณพรทิพย์ เป็น 1 ใน ผู้แทนวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ และตัวแทนนิสิต นักศึกษา เยาวชนไทย จาก STARTUP Thailand League รวมประมาณ 600 ราย ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยได้ยื่นสมุดปกขาว เพื่อเสนอแนวทางการกำจัดอุปสรรคปัญหาของธุรกิจสตาร์ทอัพ  และงานวิจัยต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจนี้ มาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรฐกิจของประเทศให้มีความคล่องตัวขึ้น

7 ประเด็นหลัก ที่สตาร์ทอัพต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ

ประเด็นหลัก ๆ ที่สตาร์ทอัพต้องการให้ภาครัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือ คือ

  • การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนธุรกิจสตาร์ทอัพ ให้รวดเร็ว แบบ One Stop Service
  • แนะแนวทางในการแก้ไขกฎหมายบริษัท จำกัด ที่โครงสร้างในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในการลงทุน
  • การขยายตลาด Marketing Innovation
  • การปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ในส่วนของภาครัฐให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับภาครัฐในต่างประเทศ
  • เงินทุน
  • การพัฒนาบุคลากร สร้างผู้ประกอบการด้านสตาร์ทอัพ ด้านนวตกรรมใหม่ให้มีความกล้าและเข้มแข็งขึ้น

“ต้องส่งเสริมสังคมผู้ประกอบการทุกรุ่น ในมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้มีคลับ ให้นักศึกษาลองทำแคมเปญจริง ๆ   ทำเลย สำเร็จก็สำเร็จจริง เจ๊งก็เจ๊งจริง เจ็บจริง ในซิลิคอนวัลเล่ย์ เค้าให้เด็กมัธยมไปดูงานแล้วทำโปรเจค  เด็กไทยมีศักยภาพเยอะมาก ควรได้ทำแบบนี้ เราต้องหล่อหลอมมาเรื่อย ๆ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here