4 ข้อคิดก่อนการลงทุนตามเทรนด์ บทเรียนจากกระแสคริปโต - Facebook OG Image

“กูรูชี้ อวสาน ตลาดคริปโต”

เห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจยักษ์ใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็พาสะท้อนใจ

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีช่วงหนึ่งที่ตลาดเงินดิจิตอลได้รับความนิยมอย่างมากนำโดย “บิทคอยน์” สกุลเงินดิจิตอลที่ถูกพูดถึงกันทั่วโลก

นำไปสู่กระแสการตื่นบิทคอยน์ มีการเก็งกำไรปั่นราคาขึ้นไปเกือบ 20,000 ดอลล่าร์ และปัจจุบันราคาดิ่งหนักมาเคลื่อนไหวแถว ๆ 3,500 ดอลลาร์ เท่ากับว่าราคาร่วงลงไปถึง 80%

มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่กระโจนเข้าไปลงทุนช่วงที่บรรยากาศคึกคักและเจ็บตัวกับการติดอยู่บนยอดดอย ขณะที่ปัจจุบันตลาดการซื้อขายเงินดิจิตอลทั่วโลกก็ซบเซาลงอย่างมาก

นี่เป็นบทเรียนหนึ่งสำหรับการลงทุนตามเทรนด์ ตามกระแส ที่เห็นได้ชัดเจนแต่ในโลกของการลงทุน

ไม่เพียงแต่บิทคอยด์ ยังมีการลงทุนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุคตื่นทอง ช่วงของการลงทุนในกองทุนบางประเภทที่นักลงทุนต่างแห่กันเข้าลงทุน หรือแม้แต่การลงทุนธุรกิจตามเทรนด์ ตามกระแสที่กำลังได้รับความสนใจ

การลงทุนตามเทรนด์ ตามกระแส แท้จริงสามารถลงทุนได้ เพราะมีนักลงทุนไม่น้อยที่สามารถสร้างกำไร สร้างโอกาสจากการลงทุนตามเทรนด์

หากแต่มีข้อควรพิจารณาหลายประเด็น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ค่ะ

1. มองเทรนด์ให้ออก

เทรนด์สั้น เทรนด์ยาว เทรนด์แท้ เทรนด์เทียม

เทรนด์ไหนกันแน่ ต้องมองให้ออก

ใครที่คิดจะลงทุนตามเทรนด์ที่กำลังมาแรง สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนตัดสินใจลงทุนคือ จำแนกให้ได้ก่อนว่า เทรนด์นั้นเป็นกระแสความนิยมเพียงสั้น ๆ มาเร็วไปเร็ว

หรือเป็นเมกะเทรนด์ซึ่งเป็นเทรนด์ระยะยาวที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งมีลักษณะการซึมลึกของเทรนด์นั้น ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปใช่หรือไม่

เนื่องจากการวิเคราะห์ประเภทของเทรนด์นั้น จะช่วยให้เราเข้าใจเทรนด์นั้นมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การหาข้อมูลสนับสนุนวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง การเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ หรือหาผู้ชนะในธุรกิจตามเทรนด์

เพราะถึงแม้เทรนด์นั้นกำลังจะมา แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเทรนด์หรือทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะต้องดีหมด
ที่สำคัญ การวิเคราะห์เทรนด์ช่วยได้มากในแง่ของการจับจังหวะเข้าลงทุนได้อย่างตรงจุด

2. จับจังหวะการลงทุนให้ดี

แม้คุณจะมองเทรนด์ออก วิเคราะห์หาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วว่าเทรนด์ไหนกำลังมา ทำให้มีความเชื่อฝังหัวไปแล้วว่า ถ้าได้มีโอกาสลงทุนรับรองว่ากำไรงาม

แต่…คนที่มองเห็นโอกาสอาจไม่ใช่คุณคนเดียว

ทฤษฎีจิตวิทยาการลงทุนที่ว่า ให้คิดและลงมือทำตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ สามารถปรับมาใช้ได้กับการจับจังหวะลงทุนตามเทรนด์

เพราะหากคนส่วนใหญ่เข้าไปลงทุน นั่นหมายความว่าราคาอาจขึ้นไปแล้ว และอาจขึ้นสูงกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น
ควรระมัดระวังให้ดี คุณอาจจะเข้าไปบนยอดดอยของจังหวะนั้นก็ได้

เพราะสุดท้ายต่อให้เทรนด์ดีแค่ไหน สักวันราคาต้องกลับมาสะท้อนพื้นฐานที่แท้จริงอยู่ดี
รอเวลามาเก็บตอนนั้นก็นับว่ายังไม่สาย และอย่าลืมตรวจสอบด้วยว่าเทรนด์เปลี่ยนทิศแล้วหรือไม่ด้วย หากยังไม่เปลี่ยนพื้นฐานและปัจจัยยังเกื้อหนุนแต่คนเริ่มกลัว นั่นแหละ คือจังหวะเข้าของคุณ

3. อย่าทุ่มน้ำหนักการลงทุน

ถึงใครจะว่าชัวร์ จะว่าแน่สักแค่ไหน หรือคุณได้ลองลงทุนแล้วกำไรยังงามอยู่ ก็อย่าทุ่มน้ำหนักการลงทุนจนหมดหน้าตัก

ทุกอย่างล้วนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้

ตลอดระยะเวลากว่าหลายสิบปี นับตั้งแต่การเปิดตลาดทรัพย์ไทย เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมากมาย ทั้งปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน

ฉะนั้น หากคุณเห็นว่าเทรนด์นั้นมา การค่อย ๆ หยอดเงินลงทุนและกำหนดเพดานของการลงทุนอาจช่วยคุณได้

หรือจะหยอดเงินครั้งเดียวแต่ไม่หมดหน้าตัก ที่เหลือกระจายไปลงทุนยังช่องทางอื่น ๆ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

ถึงแม้คุณจะไม่ได้ผลตอบแทนมากที่สุด แต่ลองมองกลับกันหากมีอะไรผิดพลาด คุณก็จะไม่ขาดทุนมากเช่นกัน

4. ไม่ถนัดไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์

หากพิจารณาแล้วว่า คุณไม่ถนัดและไม่เข้าใจเทรนด์ที่กำลังมาจริง ๆ คุณก็ไม่จำเป็นต้องลงทุน

การตามเทรนด์ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการลงทุน ยังมีช่องทางการลงทุนทางอื่นที่สร้างเงินให้คุณได้

แม้แต่มนุษย์เงินเดือนทั่วไป คุณอาจจะรวยได้จากการเป็นมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพมากกว่าเป็นนักลงทุนมืออาชีพก็ได้

การลงทุนอาจเป็นเพียงแค่ส่วนเติมเต็มเท่านั้น

บทสรุปของการลงทุนตามเทรนด์

ช้าลงอีกหนึ่งก้าว…เอาเวลาไปทำการบ้านศึกษาข้อมูลให้แน่ใจ จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณเสียหายหนัก

อะไรที่ได้มาง่าย ๆ และเร็วเกินไป โอกาสที่คุณจะเสียมันไปได้อย่างง่าย ๆ ก็มีเช่นกัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here