4 แหล่งเงินปันผล สร้างรายได้แบบ Passive Income ให้คุณ

ยุคนี้ความไม่แน่นอนสูง

งานที่ทำอยู่จะมั่นคงแบบนี้ตลอดรึเปล่า
ของที่ขายได้…จะขายดีอย่างนี้ต่อไปหรือไม่

ทุกอย่างเป็นเรื่องอนาคตคาดการณ์ได้ยากค่ะ

ดังนั้น การพึ่งพารายได้ทางเดียวหรือทำงานเพียงอย่างเดียวกลายเป็นความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่จะหันมามีงานที่ 2 อาชีพที่ 3

และช่องทางที่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม และบิวคิดว่าน่าสนใจมากคือ “รายได้ที่เกิดจากการลงทุน” ค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใครที่ต้องการรายได้เป็นผลตอบแทนระหว่างทางเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือในกรณีที่นำมาทดแทนรายได้หลักที่หยุดไปหลังจากเกษียณ “เงินปันผล” ที่เกิดจากการลงทุนในช่องทางต่าง ๆ ตอบโจทย์คุณมากค่ะ

แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องมี “เงินต้น” ดอกผลที่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินต้นที่นำมาลงทุน ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเสมอไปนะคะ หลายการลงทุนสามารถค่อย ๆ สะสมได้ค่ะ

แต่สำหรับคนที่สะสมเงินต้นมาได้มากพอ อาทิ คนเกษียณเวลานำเงินมาลงทุนดอกผลที่ได้ก็จะเห็นน้ำเห็นเนื้อเลย เช่น เก็บเงินก้อนมาได้ 5 ล้านบาท นำมาลงทุนที่ได้ผลตอบแทนจ่ายเป็นปันผลปีละ 7% คุณจะมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเดือนละประมาณ 30,000 กว่าบาทค่ะ

อู้หู ! น่าสนใจใช่มั้ยคะ ลงทุนผ่านอะไรกันนะ

Talk corner ตอนนี้มี 4 แหล่งเงินปันผลที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มมาฝากค่ะ จะมีช่องทางอะไรบ้างไปดูพร้อมกัน

1. ปันผลจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์

เงินปันผลจากกองทุนอสังหา

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการลงทุนผ่านอสังหาริมทรัพย์คือ ผลตอบแทนจากค่าเช่าที่สม่ำเสมอทุกเดือน

ดังที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่าถ้าใครเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าไม่ว่าจะบ้านเช่า หอพัก หรือแม้แต่คอนโดก็เสมือนเป็นเสือนอนกิน

แต่หากเราไม่มีทุนก้อนใหญ่ที่จะซื้อบ้าน ทำหอพักปล่อยเช่า หรือไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการสร้างรายได้ให้มีเก็บกินได้ตลอดแบบค่าเช่าคือ การนำเงินไปลงทุนใน “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ให้มืออาชีพบริหารให้ ซึ่งจะมีดอกผลออกมาระหว่างทางให้เราใช้จ่ายได้ด้วย

รายได้หลักของกองทุนประเภทนี้ก็คือ ค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงงาน โรงแรม สนามบิน ฯลฯ

เสน่ห์ที่น่าสนใจของกองทุนประเภทนี้คือ “เงินปันผล”

โดยจะมีการจ่ายปันผลออกมาทุกไตรมาสหรือ 4 ครั้งต่อปี ผลตอบแทนโดยรวมที่พอทำได้จากที่ผ่านมาก็ราว ๆ ปีละ 7% – 8% (กองประเภท Leasehold) ยังพอหาได้

และตอนที่เราขายหน่วยลงทุนหากราคาปรับขึ้นคุณก็จะได้ส่วนต่างกำไร (Capital Gain) อีกต่อหนึ่งด้วยค่ะ

ปัจจุบันกองทุนอสังหาริมทรัพย์มี 3 ประเภท คือ

1. กองทุนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นมาเป็นกรรมสิทธิ์ หรือ Freehold
2. กองทุนที่ลงทุนในสิทธิการเช่าของอสังหาริมทรัพย์ หรือ Leasehold
3. กองทุนผสม คือ กองทุนที่ผสมไปด้วยอสังหาริมทรัพย์แบบ Freehold และ Leasehold

หรืออีกประเภทคือเป็น Fund of Property fund เป็นกองทุนที่ไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์หลาย ๆกองทุนเหมือนกระจายความเสี่ยงในหลายประเภทอสังหาริมทรัพย์บางกองอาจมีผสมอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศก็มีค่ะ

แต่ก็ใช่ว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ทุกกองจะให้ผลตอบแทนและปันผลดีเสมอไป

ก่อนการตัดสินใจลงทุนต้องทำการบ้านเพิ่มเติมดูว่า กองทุนนั้น ๆ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทใด มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ทำเลที่ตั้งเป็นอย่างไร มีผู้เช่ามากน้อยแค่ไหน

ส่วนกองทุนที่เป็นสิทธิการเช่าของอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องดูระยะเวลาการเช่าด้วยว่าเหลืออีกกี่ปี (แนะนำให้ลงในกองทุนที่มีระยะเวลาเหลืออย่างน้อย 25 ปี ขึ้นไปค่ะ) เนื่องจากจำนวนปีที่น้อยลงนั่นหมายถึงมูลค่าของกองทุนนั้น ๆ จะลดตามไปด้วยค่ะ

2. ปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)

เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ในระยะหลังมานี้กองทุนที่จ่ายปันผลและตีตื้นกองทุนอสังหาริมทรัพย์มาก็คือ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน”

กองทุนประเภทนี้ตั้งขึ้นเพื่อระดมเงินไปใช้ในการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ท่าอากาศยาน สนามบิน โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น

จุดเด่นของกองทุนนี้คือ มีเงินปันผล (ปีละกี่ครั้งแล้วแต่เงื่อนไขของกองทุน) เช่นเดียวกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ แต่มีความพิเศษมากกว่าตรงที่เงินปันผลที่ได้จากกองลักษณะนี้ ภาครัฐให้สิทธิ์ยกเว้นไม่เก็บภาษีเงินปันผลที่ได้จากกองทุนเป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ปกติเสีย 10%)

นั่นหมายความว่ารับปันผลเต็ม ๆ เข้ากระเป๋าแบบไม่ถูกหักภาษีก็เหมือนได้ผลตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นด้วย

หลักการพิจารณาคล้ายกับการเลือกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ทุกกองจะดีเสมอไป ต้องดูแนวโน้มระยะยาว ความเสี่ยง ที่มาของรายได้ และที่สำคัญคือหนี้สินหรือเงินลงทุนที่ใช้จำนวนมากแค่ไหน จุดคุ้มทุนใช้ระยะเวลากี่ปี

เพราะบางครั้งแม้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้ แต่หากใช้เงินลงทุนสูงมาก จุดคุ้มทุนนาน อาจส่งผลถึงผลตอบแทนในระยะยาวของกองทุนนั้นได้เช่นกันค่ะ

ปัจจุบันใครที่สนใจลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน สามารถเคาะซื้อเหมือนหุ้นตัวหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ค่ะ หลักการตามการซื้อหุ้นเลยคือ ซื้อครั้งละไม่เกิน 100 หุ้น ส่วนจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ตามมูลค่าหุ้นเลยค่ะ

ใครที่อยากทราบว่าปัจจุบันกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีกองอะไรบ้าง สามารถดูรายชื่อกองทุนด้านล่างเลยค่ะ สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมศึกษารายละเอียดของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุนค่ะ

เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

3. ปันผลจากกองทุนหุ้น

เงินปันผลจากกองทุนหุ้น

หากคุณเป็นคนที่แบกรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นได้ ในขณะเดียวกันอาจไม่มีความเชี่ยวชาญพอที่จะลงทุนผ่านหุ้นรายตัวด้วยตัวเอง การแบ่งเงินมาลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้ และได้รับเงินปันผลหล่อเลี้ยงกลับคืนตอบแทนเข้าสู่บัญชีในระหว่างทาง นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ปัจจุบันในอุตสาหกรรมกองทุนรวมมีกองทุนหุ้นที่จ่ายปันผล (ทุกไตรมาส) ให้เลือกหลายกอง โดยสามารถจำแนกตามสไตล์การบริหาร คือ

แบบ Passive Fund เน้นการบริหารเชิงรับ เป็นกองทุนประเภทอิงดัชนี อาทิ กองทุนหุ้น Set 50 กองทุนสไตล์นี้ไม่ต้องกังวลเรื่องของการคัดเลือกหุ้นเพราะจะเน้นอิงดัชนี ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนค่อนข้างต่ำ

อีกประเภทจะเป็น Active Fund เน้นบริการเชิงรุก วัดผลงานด้วยฝีมือ Fund Manager หรือผู้จัดการกองทุน ในการคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ต บางกองอาจมีการเปิดเผยกลุ่มหรือสัดส่วนหุ้นรายตัวที่กองทุนนั้นลงทุน คุณสามารถเข้าไปดูรายละเอียดก่อนการตัดสินใจลงทุนได้

ที่สำคัญการพิจารณาว่าจะเลือกลงทุนกับกองไหน พยายามดูผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนระยะยาว ดูอัตราการจ่ายเงินปันผล 3 ปี 5 ปี ด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจ

แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ราคาหน่วยลงทุนอาจจะขึ้นหรือลงไปตามสถานการณ์ของตลาดหุ้น หรือสถานการณ์ธุรกิจของหุ้นรายตัวที่เราลงทุน

นั่นหมายความว่า ลงทุนช่องทางนี้ต้องรับความเสี่ยงได้สูงค่ะ

4. ปันผลจากหุ้นรายตัว

เงินปันผลจากหุ้นรายตัว

ช่องทางสุดท้ายที่จะช่วยสร้างรายได้จากเงินปันผลให้คุณได้คือ การลงทุนกับหุ้นรายตัวพื้นฐานดีที่จ่ายเงินปันผลดีในระดับสัก 4% – 5% นับว่าน่าสนใจ

ช่องทางนี้ผู้ลงทุนจะต้องลงมือคัดเลือกหุ้นด้วยตัวเอง แตกต่างกับ 3 ช่องทางแรกที่จะเน้นให้ผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการให้ผ่านทางบริษัทจัดการกองทุน

นอกจากจะเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากแล้ว ผู้ลงทุนจะต้องมีประสบการณ์การลงทุนมาพอสมควร การซื้อหุ้นพื้นฐานดี จ่ายเงินปันผลเยี่ยมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จังหวะในการเข้าลงทุนและราคาที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้

เบื้องต้นแนะนำให้คุณเข้าไปคัดกรองหุ้นเบื้องต้นจากดัชนี SETHD ซึ่งจะรวมหุ้น 30 ตัวที่จ่ายปันผลดี แต่การเลือกหุ้นปันผลดีก็ต้องดูด้วยว่า เป็นปันผลที่จ่ายจากกำไรที่เกิดจากการเติบโตของกิจการนั้นจริง ๆ หรือไม่ เพราะมีบางกรณีที่จ่ายปันผลสูงมาจากกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนั้นปันผลจะดีแค่ระยะสั้น ไม่ยั่งยืนค่ะ

ใครที่สนใจ บิวมีลิสต์รายชื่อหุ้นที่มีปันผลสูงซึ่งเป็นข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อคัดกรองหุ้นเบื้องต้นมาฝากด้วยค่ะ

เงินปันผลจากหุ้นรายตัว

สรุป

“รายได้จากเงินปันผล” ก็เหมือนกับการให้เงินทำงานแทนคุณ

แต่ก่อนที่เงินจะทำงานแทนคุณ คุณก็ต้องมีเงินสะสมเก็บไว้แล้ว หรือเงินที่สามารถจัดสรรมาลงทุนได้ต่อเนื่อง ที่สำคัญ “เงิน” นั้นต้องเป็น “เงินเย็น” ที่ไม่รีบร้อนใช้

การเก็บออมและการใช้จ่ายอย่างถูกวิธี ยังถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะ 2 สิ่งนี้จะทำให้คุณมีเงินมาลงทุนได้

และสำหรับคนที่ต้องการวางเงินทำงานเพื่อให้เติบโตงอกงามในอนาคต โดยไม่ต้องการเงินปันผลระหว่างทาง คุณสามารถลงทุนต่อเนื่องโดยไม่เลือกรับเงินปันผลระหว่างทาง หรือกรณีที่ได้เงินปันผลหุ้นรายตัวให้ Re Invest นำกลับไปลงทุนเพิ่ม เพื่อให้เงินนั้นงอกงามตามพลังดอกเบี้ยทบต้น เป็นเงินก้อนโตปลายทางค่ะ

ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่า คุณมีเป้าหมายอย่างไร…ก็สามารถออกแบบการลงทุนให้เหมาะกับตนเองได้เลยค่ะ 😊

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here