5 ข้อห้ามเรื่องการเงิน ที่ไม่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี

เศรษฐกิจไม่ดี พ่อค้าแม่ค้าเริ่มโอดครวญว่าของขายยากขึ้น
เศรษฐกิจไม่ดี คนระมัดระวังตัว จับจ่ายกันน้อยลง

มันเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองหรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกันแน่ ?

เศรษฐกิจดีหรือไม่ดี อาจจะขึ้นอยู่กับว่าคุณทำงานอยู่ในสายงานไหน อุตสาหกรรมอะไร ธุรกิจประเภทไหนเช่นกัน บางธุรกิจโตเอา ๆ (ถึงจะโตแบบช้า ๆ) แต่บางธุรกิจก็ซบเซาถึงขั้นปิดกิจการไปเลยก็มี

สิ่งที่สำคัญคือ การเอาตัวรอดให้ได้ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่ดีค่ะ

ใน Talk Corner ตอนนี้ บิวมาแนะนำว่ามี “ข้อห้าม” เรื่องการเงินอะไรบ้าง ที่เราไม่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี แต่บิวมีข้อมูลนิด ๆ หน่อย ๆ มาบอกให้คุณเห็นเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งไทยและทั้งโลกค่ะ เช่น

  • สงครามทางการค้าระหว่างอเมริกากับจีนที่เขย่าขวัญเศรษฐกิจไปทั่วโลก และส่งผลกระทบกับประเทศไทยของเราแน่นอน
  • ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของสงครามทางการค้า เพราะไทยเป็นคู่ค้าสำคัญกับจีน โดยในไตรมาสแรกของปี 2562 ตัวเลขส่งออกของไทยติดลบ 4.9% ในขณะที่ GDP ของไทยก็มีการปรับลดประมาณการลงเหลือ 3.3–3.8% จากที่เคยคาดไว้ 4%
  • ธนาคารโลกก็มีการหั่น GDP ของโลกในปี 2562 ลงเหลือ 2.6% จากเดิมที่คาดไว้ 2.9%

เอาล่ะ พอรู้ภาพรวมกันแล้ว เราไปดูกันเลยค่ะว่า “ข้อห้าม” เรื่องการเงินที่บิวพูดถึงในตอนต้นนั้นมีอะไรบ้าง

1. อย่าค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด

อย่าค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด

ข้อนี้อย่าว่าแต่ในยามเศรษฐกิจอ่อนแอเลย บางคนตั้งปณิธานไว้จะรักกันแค่ไหนก็จะไม่ค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด

หลายคนต้องเจอบทเรียน บาดเจ็บ ชีวิตสะดุดจากการค้ำประกันให้ผู้อื่น เข้าข่ายเนื้อไม่ได้กินแต่เอากระดูกมาแขวนคอ

เพราะการค้ำประกันคือการสัญญาว่าบุคคลหนึ่งสัญญาว่าจะชดใช้หนี้แทนลูกหนี้หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้

ในยามที่เศรษฐกิจไม่ดี โอกาสที่ลูกหนี้จะเบี้ยวหนี้ก็มีสูง นั่นหมายความว่าหากเราหลวมตัวไปค้ำประกันให้ใครโอกาสที่จะต้องรับชำระหนี้แทนนั้นก็จะมีสูงขึ้นนั่นเองค่ะ

ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จงอย่าค้ำประกันให้ใคร ส่วนใครที่จำเป็นจริง ๆ ก็อ่านดูสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็นค้ำประกัน โดยทั่วไปจะแบ่งความรับผิดชอบหนี้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1.รับผิดชอบหนี้ไม่จำกัดจำนวน เสมือนเป็นลูกหนี้ทุกประการ ต้น-ดอก หรือหนี้อื่น ๆ รับหมด

2.จำกัดความรับผิดชอบ หมายถึงรับผิดชอบหนี้ไม่ทั้งหมดของหนี้สิน รับผิดชอบเพียงบางส่วนเท่านั้น

พิจารณาให้ดี อย่าเซ็นให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้า แม้ว่าอดีตหรือวันนี้เขาอาจจะยังไม่เคยมีประวัติหรือมีปัญหามาก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าอนาคตเขาจะไม่มีวันเบี้ยวหนี้ค่ะ

2. พักไว้ก่อนหากคิดจะลงทุนเพิ่มในธุรกิจ

พักไว้ก่อนหากคิดจะลงทุนเพิ่มในธุรกิจ

ในยามเศรษฐกิจอ่อนแอแน่นอนการค้าการขายหรือผลกำไรย่อมลดลง ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างคิดหาหนทางที่จะเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นเพื่อดึงยอดขายและกำไรกลับมา

หนึ่งในวิธีการเพิ่มกำไรคือ การลงทุนเพิ่ม จะเป็นการเปิดสาขาใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย หรืออย่างอื่นที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ตรงนี้ขอบอกว่าพักไว้ก่อนเพราะอาจเป็นความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งหากการลงทุนเพิ่มต้องกู้เงินเพิ่มหนี้ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระยะเวลาการคุ้มทุนในยามเศรษฐกิจอ่อนแอย่อมมีมากขึ้น

หากต้องการเพิ่มยอดขายให้กลับมาอาจเริ่มที่การปรับลดรายจ่าย หรือถ้าเป็นคนค้าขายอาจขยายเวลาการปิด-เปิดออกไป

สรุปปรับที่พฤติกรรมหรือเพิ่มโปรโมชั่นดีกว่าลงทุนเพิ่ม เพราะนั่นคือการเพิ่มความเสี่ยงค่ะ

3. อย่านำเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้โดยไม่จำเป็น

อย่านำเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้โดยไม่จำเป็น

6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน คือเงินสำรองฉุกเฉินขั้นต่ำที่กำหนดไว้ตามหลักการวางแผนการเงินส่วนบุคคล

วัตถุประสงค์หลักคือเป็นเงินที่จะสามารถนำมาเยียวยาความฉุกเฉินต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นตกงาน  ประสบอุบัติเหตุ ธุรกิจประสบปัญหา ฯลฯ

บางคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินหรือธุรกิจ หรืออาจยังไม่รู้สึกว่าตนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ชะล่าใจ  ควักเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้โดยไม่จำเป็น จนสุดท้ายในยามที่เศรษฐกิจไม่ดีเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในชีวิต อาจจะไม่มีเงินรองรังใช้ในยามฉุกเฉินได้

4. หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่

หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่

อะไรที่เหนือความจำเป็น เว้นวรรคพักหนี้ไว้ก่อนเถอะค่ะ

ไม่ว่าคุณจะวางแผนเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม หรือซื้อบ้านหลังที่สองไว้ตากอากาศ

เพราะตอนเศรษฐกิจอ่อนแอแบบนี้ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ถนอมเนื้อถนอมตัว อย่าเพิ่งสร้างหนี้ใหม่ให้เป็นภาระเลยจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบห่วงหน้าพะวงหลังสร้างความไม่สบายใจเสียเปล่า ๆ ค่ะ

ภาครัฐเองก็ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะมีการออกมาตรการ LTV (Loan To Value) กำหนดอัตราการวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้นสำหรับคนที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป เพื่อป้องกันหนี้เสีย หรือช่วยกรองคนที่มีความพร้อมในการซื้อบ้านจริง ๆ ค่ะ

5. อย่าลงทุนหวือหวาหวังรวยเร็วโดยไม่มีความรู้

อย่าลงทุนหวือหวาหวังรวยเร็วโดยไม่มีความรู้

คนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะหาเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำโดยนำความโลภเป็นที่ตั้ง อาจนำพาตัวเองไปลงทุนในช่องทางที่หวือหวาโดยไม่มีความรู้ เช่น

พวกหุ้นปั่นทั้งหลาย ช่องทางการลงทุนที่ไม่ชอบมาพากล เช่น พวกแชร์ลูกโซ่ หรือการหลอกให้นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่อาจไม่มีอยู่จริงโดยมีผลตอบแทนสูงเย้ายวนใจผู้ลงทุน

ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ และเป็นกอบเป็นกำในระยะเวลาอันรวดเร็วหรอกค่ะ

ที่สำคัญ อย่าลงทุนในสิ่งที่ตนเองไม่มีความรู้เป็นที่ดีที่สุด เพราะโอกาสผิดพลาดมีสูง

เช่นเดียวกับการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวในยามเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ หากคุณเห็นลู่ทางก็พอได้ ขอให้เป็นธุรกิจที่คุณรู้จริง และอย่าเริ่มต้นด้วยการทุ่มเงินลงทุนมูลค่าสูงตั้งแต่แรก ให้เผื่อเหลือเผื่อขาดและเตรียมตัวเตรียมใจกับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในยามเศรษฐกิจอ่อนแอเอาไว้ด้วย ลองวิเคระห์ว่าธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบอย่างไรในยามเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้

สรุป

เศรษฐกิจไม่ดีในภาพใหญ่ บางคนอาจจะคิดว่าไกลตัว แต่แท้จริงแล้วล้วนมีผลกระทบกับเราทั้งสิ้น ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ

แม้ว่าวันนี้เศรษฐกิจอาจจะอ่อนแอ วันหน้าอาจดีขึ้นกว่าเดิมหรืออาจแย่กว่าเดิมจนกลายเป็นวิกฤติเลยก็ได้ เพราะมีทั้งปัจจัยภายใน และภายนอกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ

ในเมื่ออนาคตเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้

“เราจึงต้องพร้อมเสมอ และไม่ประมาทกับทุกสถานการณ์ค่ะ”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here