5 เทคนิคลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศ

ตั้งใจลงทุนกองทุนต่างประเทศทั้งที ก็อยากจะมีกำไร ไม่เจ็บตัว เจ็บใจ จริงมั้ยคะ 😉

บทความนี้เป็นภาคต่อจากบทความฉบับที่แล้วว่าด้วยเรื่องการลงทุนต่างประเทศถือเป็นซีรีส์ 2 สำหรับคนที่สนใจลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศค่ะ

ใครยังไม่ได้อ่านบทความที่แล้ว บิวแนะนำให้เข้าไปอ่าน 5 ความเข้าใจ…ก่อนตัดสินใจไปลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศ เพื่อเป็นการปูพื้นความเข้าใจเบื้องต้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนต่างประเทศ จะได้ไม่เจ็บตัวเหมือนบิว 😅555 ที่แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวไว้ให้ตอนที่แล้วค่ะ

นอกจากความเข้าใจแล้ว เทคนิคหรือวิธีคิดวิธีการลงทุนก็สำคัญสำหรับการลงทุนต่างประเทศไม่ให้เจ็บตัวหรือผิดพลาด

บิวสรุป 5 เทคนิคลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศอย่างไรไม่ให้เจ็บตัวมาฝากเพื่อน ๆ นักลงทุนที่สนใจลงทุนต่างประเทศไว้ใน Talk Corner ตอนนี้ค่ะ

เลือกประเภทกองทุนต่างประเทศที่ตรงกับระดับความเสี่ยงของคุณ

การก้าวขามาลงทุนกองทุนรวมที่ไปลงทุนต่างประเทศ แม้คุณว่าจะทราบดีว่าถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และคุณบอกกับตัวเองแล้วว่า คุณพร้อมจะเสี่ยงเพื่อกระจายความเสี่ยงเพราะอยากได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น

เข้าทำนอง รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง

แต่คำว่า “เสี่ยงสูง” ในภาษาการลงทุนมีหลายระดับค่ะ ปกติค่าระดับความเสี่ยงในการลงทุนจะมีทั้งหมด 8 ระดับความเสี่ยง

ค่าความเสี่ยงนี้คุณจะทราบว่าตัวคุณรับความเสี่ยงได้เท่าไหร่ ตอนที่เราเดินเข้าไปซื้อกองทุนที่ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเจ้าหน้าที่จะให้เราทำแบบทดสอบความเสี่ยงตอบคำถามสั้น ๆ ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีก็น่าจะเสร็จ

เพื่อประเมินว่าคุณรับความเสี่ยงได้ระดับไหน มีตั้งแต่เสี่ยงน้อยสุดคือคือระดับ 1 ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลภายในประเทศ จนถึงเสี่ยงสูงที่สุดคือระดับ 8 กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

แต่ระดับความเสี่ยงของการลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศเท่าที่บิวดู ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ความเสี่ยงระดับ 4 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ และไล่ระดับขึ้นไปจนถึงระดับ 8 คือเสี่ยงสูงที่สุด

แต่มีกองทุนต่างประเทศบางกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 2 คือปานกลางค่อนข้างต่ำ ก็พอเห็นอยู่บ้างซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินในประเทศและผสม Money Market (ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือตราสารทางการเงินในประเทศที่มีอายุสั้นไม่เกิน 1 ปี) ที่ไปลงทุนต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นความเสี่ยงระดับ 4 ขึ้นไป คือ พวกตราสารหนี้ต่างประเทศต่าง ๆ

หลังจากที่คุณทำแบบทดสอบวัดระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ (ในกรณีที่คุณตอบตามความเป็นจริงไม่ได้หลอกตัวเอง) ถ้าผลออกมาบอกว่าคุณรับความเสี่ยงได้ต่ำกว่ากองทุนที่คุณจะซื้อ (ทุกกองทุนจะมีระดับความเสี่ยงบอกไว้) คุณก็สามารถซื้อได้ แต่เจ้าหน้าที่จะให้คุณเซ็นยินยอมอีกช่องหนึ่ง

และนั่นหมายความว่าคุณต้องรับกับความเสี่ยงนั้นได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นถามใจตัวเองดี ๆ ทางที่ดีถ้าจะเป็นการ save ตัวเองให้ลงทุนแล้วสบายใจก็เลือกกองทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ดีที่สุดค่ะ

เลือกกองทุนด้วยตัวเอง ทำการบ้านหาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

เลือกกองทุนด้วยตัวเอง-ทำการบ้านหาข้อมูล

ปัญหาอย่างหนึ่งของการลงทุนที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จคือการไม่ได้เลือกลงทุนสิ่งนั้นด้วยตัวเอง เพราะการเลือกด้วยตัวเองสะท้อนอะไรได้หลายอย่าง เช่น ความรู้เข้าใจในสิ่งที่ลงทุน

ข้อนี้ได้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของบิวเองเลย ที่ไม่ได้เลือกกองทุนเองแต่ตามเพื่อน

ต่อให้เลือกเองแล้วผิดพลาด เราก็จะรู้ว่าผิดตรงไหน

ดังนั้น คุณควรเลือกกองทุนรวมต่างประเทศด้วยตัวเอง หรือแม้อาจจะได้ยินคำแนะนำมาจากแหล่งใดก็ตาม คุณสามารถตรวจสอบ ตรวจเช็ครายละเอียดของกองทุนนั้นได้ด้วยการดูผลการดำเนินงานย้อนหลัง ค่าธรรมเนียม การเคลื่อนไหวของราคา อัตราปันผลจ่ายสม่ำเสมอในอัตราที่เหมาะสมหรือไม่ (ในกรณีที่เป็นกองปันผล)

ปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้หาไม่ยากเลย ง่ายที่สุดคือสอบถามเจ้าหน้าที่ที่คุณไปซื้อกองทุน อ่านหนังสือชี้ชวนกองทุนให้ละเอียด (บางคนซื้อกองทุนไม่เคยเห็นหนังสือชี้ชวนเลยก็มีค่ะ)

และที่ง่ายสุด สะดวกสุด และบิวชอบที่สุดคือ เข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ ซึ่งบางเว็บเราสามารถเปรียบเทียบกองทุนต่อกองทุนได้ และมีการจัดอันดับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนดีในแต่ละประเภทให้ด้วย

เว็บไซต์บิวเข้าไปดูบ่อย ๆ คือ MORNINGSTAR (THAILAND) และ WealthMagik

เลือกวิธีการลงทุนให้เหมาะสม

เลือกวิธีการลงทุนให้เหมาะสม

วิธีการลงทุน เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ใช้ในการลงทุนต่างประเทศไม่ให้เจ็บตัว

วิธีในที่นี้สำหรับบิวคือ การใช้เงินลงทุน คุณจะลงเป็นก้อนเดียว เช่น คุณมีเงินทั้งหมด 1 แสนบาท จะลงครั้งเดียว 1 แสนบาทเลย หรือจะใช้วิธีทยอยลงทุนครั้งละเท่า ๆ กันเพื่อเฉลี่ยต้นทุนหรือที่เรียกว่า Dollar Cost Average (DCA)

โดยคุณสามารถเช็คง่าย ๆ ก่อนว่ากองทุนนั้นเป็นกองทุนปิด หรือกองทุนเปิด

กองทุนปิด

เป็นกองทุนที่ขายให้นักลงทุนครั้งเดียวตอนเริ่มโครงการ ซึ่งในระหว่างเวลาที่ถือหน่วยลงทุนจะไม่สามารถซื้อเพิ่มได้ และไม่สามารถขายคืนจนกว่าจะครบกำหนดตามที่กองทุนกำหนดไว้

เมื่อครบกำหนดเวลาของหน่วยลงทุน ทางบริษัทจัดการกองทุนจะรับซื้อตามมูลค่าที่ครบกำหนด ซึ่งอาจจะมากขึ้นหรือลดลงก็ได้

ถ้ากองประเภทนี้คุณต้องลงทุนครั้งเดียว ก็ไปดูว่ากองทุนนั้นมีขั้นต่ำให้ลงทุนกี่บาท น้อยที่สุดที่คุณลงได้ก็ตามจำนวนขั้นต่ำนั้น มากที่สุดก็แล้วแต่คุณค่ะ

กองทุนเปิด

คุณสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลาเมื่อไหร่ก็ได้ จะใช้วิธีแบบลงครั้งเดียวหรือจะใช้วิธีแบบทยอยลงทุนก็ได้ ขอแค่ไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำที่ลงทุนได้ของแต่ละกอง สมัยนี้เท่าที่เห็นบางกองทุนขั้นต่ำ 500 บาทก็ลงทุนได้แล้วค่ะ

สำหรับบิวนอกจากเรื่องการเป็นกองทุนเปิดหรือกองทุนปิดแล้ว เทคนิคที่ใช้ในการเลือกวิธีการลงทุนจะดูทั้งจำนวนเงินและเป้าหมายด้วย

ยกตัวอย่างค่ะ

เราลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่เป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนนี้เป็นการลงทุนยาวถอนออกได้ตอนอายุ 55 ปี

สมมุติว่าเลือกลงทุนในกองทุนเฮลท์แคร์ (ใครสนใจกองทุนเฮลท์แคร์อ่านได้จาก 3 กองทุนรวม Sector Fund ที่ 2 เซียนกองทุนรวมเลือกเก็บเข้าพอร์ต)

ถ้าเป็นแบบนี้บิวจะเลือกวิธี DCA ทยอยลงทุน เพราะไม่ต้องใช้เงินครั้งละเยอะ ๆ และถือเป็นการเฉลี่ยต้นทุน

กองทุนเฮลท์แคร์ เป็น Sector Fund ที่จัดว่าเป็นกองทุนเสี่ยงสูงที่สุด มีโอกาสผันผวนมาก เป็นเมกะเทรนด์ที่ว่ากันยาว ๆ

การทยอยลงทุน น่าจะช่วยให้ปลอดภัยและลดทอนความเสี่ยงลงมาได้บ้างค่ะ (อันนี้เทคนิคส่วนตัวนะคะ) หรือสำหรับคนเริ่มต้นจริง ๆ อาจจะใช้เงินจำนวนน้อย ๆ ลองเพื่อรู้ เช่น ลงครั้งเดียว 5,000 บาท แล้วคอยติดตามผลก็ได้ค่ะ

เลือกจังหวะซื้อ-จังหวะขายให้เหมาะสม

เลือกจังหวะซื้อ-จังหวะขายให้เหมาะสม

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการลงทุนและป้องกันการเจ็บตัว

หากคุณไม่มีประสบการณ์ การทยอยเข้าลงทุนและใช้เงินจำนวนไม่มาก เป็นวิธีที่ช่วยไม่ให้เจ็บตัวเยอะได้ค่ะ

จังหวะซื้อ

การเข้าซื้อกองทุนรวมต่างประเทศถูกจังหวะคือ ซื้อในราคาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

โดยให้คุณเข้าไปเช็คข้อมูลกองทุนดูการเคลื่อนไหวของราคาหน่วยลงทุน ซึ่งจะมีกราฟแสดงให้เห็นว่าช่วงที่คุณจะซื้อราคาสูงหรือต่ำ (ถ้าซื้อตอนราคาต่ำถือว่าคุณได้ต้นทุนถูก มีโอกาสได้กำไรมากขึ้น แต่ถ้าซื้อราคาสูงเหมือนซื้อของแพงโอกาสทำกำไรได้เยอะจะน้อยลงค่ะ)

จังหวะขาย

ใช้ได้ 2 กลยุทธ์ ค่ะ

1.ถือลงทุนระยะยาว

โดยระหว่างทางอาจทยอยค่อย ๆ ลงทุนได้ เช่น กองทุนต่างประเทศที่เป็น RMF หรือกองทุนประเภท Sector fund ที่มีความผันผวนจะนิยมใช้วิธีค่อย ๆ ลงทุน และถือยาวกว่าจะขาย อาจจะ 5-10 ปีขึ้นไป หรือ RMF ก็ขายตอนอายุ 55ปี เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดมากนัก

2.ถือลงทุนระยะสั้นแบบเก็งกำไร (ราคาลงซื้อราคาขึ้นก็ขาย) เช่น อาจจะซื้อกองทุนนั้นและถือแค่ 1 เดือน พอราคาขึ้นจึงขายทำกำไร ซึ่งส่วนมากมักจะใช้กับกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ทองคำ

กองทุนประเภทนี้จะมีความผันผวนมาก เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น และคนที่มีเวลาเฝ้าหน้าจอ แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนระยะยาว เพราะราคาจะผันผวนสูงมากค่ะ

เลือกติดตามผลการลงทุนเป็นระยะ

เลือกติดตามผลการลงทุนเป็นระยะ

เมื่อตัดสินใจอย่างละเอียดรอบรอบและลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศใดไปแล้ว ก็ต้องคอยติดตามเป็นระยะ แต่อาจไม่ต้องถึงกับต้องเปิดหน้าจอดูทุกวัน อย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปีครั้ง

เพื่อรีวิวการลงทุนของตัวเองว่าผลการดำเนินงานของกองทุนยังดีอยู่หรือไม่ หรือต้องขยับปรับพอร์ตหรือไม่

โดยเทียบเคียงกับ Benchmark หรือกองทุนประเภทเดียวกัน โดยดูสถานการณ์เศรษฐกิจประกอบด้วย

หากดูแล้วกองทุนที่เราลงทุนมี performance ต่ำแบบไร้เหตุผล ก็อาจจะพิจารณาสับเปลี่ยนกองทุนได้ค่ะ

หากเปลี่ยนกองทุนใน บลจ. เดียวกัน ส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าต่าง บลจ. ส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมค่ะ ข้อนี้เข้าข่ายนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ลงทุนผิดไม่เป็นไรแก้ไขสับเปลี่ยนได้ค่ะ

บทสรุป

“เลือกให้เป็น เห็นกำไร”

ลองนำ 5 เทคนิค ลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศอย่างไรไม่ให้เจ็บตัว ไปใช้กันดูนะคะ

ถ้าคุณอ่านตามมาเรื่อย ๆ จะรู้ว่าไม่ซับซ้อนอะไรเลย

แค่ใส่ใจ ใฝ่หาความรู้ ถึงกองทุนรวมต่างประเทศจะขึ้นชื่อว่าเป็นกองทุนที่เสี่ยงมากแต่เราก็สามารถลงทุนได้ค่ะ เพราะความเสี่ยงจัดการได้ด้วยความรู้

โชคดีมีความสุขกับการลงทุนทุกคนนะคะ 😊

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here