Wonder Wander

ตอน 7 / 5 เมืองหลักต้อง check in ที่ อุซเบกิสถาน

โดย พลอยสิริ สุภจรรยา สิริพูน และ แขกรับเชิญพิเศษ ชมพู่ ชมพูนุท กองชนะ บรรณาธิการนิตยสารเที่ยวรอบโลก

เมืองหลักน่าเที่ยวในอุซเบกิสถาน 

ทาชเคนต์

  • เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นชุมทางการค้าแพรไหมในอดีต เคยถูกจีน อาหรับ เข้าทำลายโดยการรุกรานของเจงกีส ข่าน ในปี 1219 ถูกผนวกเข้ากับสหภาพโซเวียตในปี 1924 และเป็นเมืองสำคัญของโซเวียตด้วย 
  • มีแม่น้ำซีดาร์ยา และภูเขาเทียนซาน ที่มีพรมแดนติดกับคีร์กิซสถาน มีอุตสาหกรรมทอผ้า ไฟฟ้า ถลุงแร่ มีโครงการชลประทานที่ยอดเยี่ยมจึงมีพืชผักสมบูรณ์รวมไปถึงการปศุสัตว์
  • Museum of History เป็นที่ ๆ รวบรวมโบราณวัตถุเก่าแก่ย้อนหลังไปก่อนยุคประวัติศาสตร์กว่า 200,000 ชิ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระพุทธรูป ช่วงพุทธศตวรรษที่ 1-2 ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์
  • Amir Timur Monument and Square มีสวนสาธารณะที่ภายในมีพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงประวัติเกี่ยวกับท่านเอมีร์ติมูร์ และประธานาธิบดีอิสลามคาริมอฟ
  • Independence Square เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอดีตสหภาพโซเวียต ปากทางเข้าทำเป็นเสาโรมัน เหนือประตูทางเข้าทำเป็นรูปนกกระทุง (Pelicans) บินเหนือลูกโลก ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี และอิสรภาพ ซึ่งเดินลึกเข้าไปจะมีอีกหนึ่งอนุสาวรีย์รูปลูกโลกปรากฏแผนที่ประเทศและมีรูปปั้นแม่อุ้มลูก ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นของชาติ และทารกคือ ชาวอุซเบกที่ได้รับการดูแลด้วยความรักและจะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งแต่เดิมจุดนี้คือที่ตั้งอนุสาวรีย์เลนิน
  • ตลาดชอร์ซู เป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ในยุคก่อน มีขนาด 7 โดม ที่ขายสินค้าทั้งผัก ผลไม้ ถั่วนานาชนิด และ ของที่ระลึก

 ซามาร์คานด์

  • ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 700 ปีก่อนคริสตกาล โดยชาวเปอร์เซีย ซึ่งต่อมาเมืองนี้ก็ได้ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของอารยธรรมเปอร์เซียในช่วงต้น ยุคที่เจริญรุ่งเรืองสุดคือศตวรรษที่ 14 ใต้การปกครองของเอมีร์ติมูร์ศูนย์กลางการค้าศิลปะวิทยาการ
  • มัสยิดและสุสานชาห์-ซินดา (Shah-i-Zinda Mausoleum and Mosques) ตั้งอยู่บนเนินเขาอะโฟรเซียบ (Afrosiab) เป็นสุสานของบุคคลสำคัญในอดีต อายุกว่า 900 ปี มีการประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบวิจิตรงดงาม ซึ่งแบ่งเป็นส่วนเหนือ กลาง ใต้  เดินขึ้นมาจะพบสุสานราชวงศ์ติมูริดก่อน โดยจะมีส่วนที่ฝังศพของลูกพี่ลูกน้องของศาสดามูฮัมหมัดชื่อ ว่า คูซามะ อิบนุ อับบาส (Kusama Ibn Abbas) ที่มาเผยแผ่ศาสนาอิสลามในซามาร์คานด์
  • Bibi Khanym Mosque เป็น 1 ใน 4 สิ่งก่อสร้างสุดอลังการของซามาร์คานด์ และเป็นมัสยิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซียกลางในสมัยศตวรรษที่ 14-15 โดยมัสยิดแห่งนี้ พระนางบีบี คานิม ต้องการสร้างให้ยิ่งใหญ่เป็นของขวัญให้สวามี เนื่องจากการกรีฑาทัพไปรบที่อินเดีย ซึ่งผ่านไป 5 ปี ท่านข่านเอมีร์ติมูร์ ได้รบชนะอินเดียตอนเหนือและเมืองเดลีแล้วกำลังจะกลับ แต่ทว่าการสร้างมัสยิดยังไม่เสร็จ พระนางบีบี คานิม จึงเชิญช่างคุมงานมาถามไถ่ ปรากฏเหตุที่สร้างไม่เสร็จเพราะแอบหลงรัก พระนางบิบิ คานิม พระนางจึงให้สาวใช้นำไข่ที่ทาสี 2 ฟอง มาแล้วเปรียบเปรยว่า ถึงภายนอกไม่เหมือนกัน แต่ภายในเหมือนกัน แต่ด้านสถาปนิกไม่ยอมลดละ นำแก้ว 2 ใบ ที่ใบหนึ่งใส่น้ำ ใบหนึ่งใส่เหล้าองุ่น และบอกว่าถึงแก้วเหมือนกัน แต่รสชาติข้างในย่อมต่างกัน พระนางบิบิ คานิม ไม่รู้จะทำเช่นไร จึงยอมให้ช่างคุมงานจุมพิตเท่านั้น แต่เรื่องรู้ถึงหู ท่านข่านเอมีร์ติมูร์ สร้างความไม่พอใจอย่างมาก พระนางบิบิ คานิม จึงตัดสินใจกระโดดมัสยิดลงมาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้านท่านข่านเอมีร์ติมูร์พอรู้ข่าวจึงเสียใจมากเลยตั้งชื่อมัสยิดตามชื่อนางเพื่อเป็นที่ระลึกแต่ด้วยความที่รีบก่อสร้างจึงทำให้มัสยิดแห่งนี้ได้รับความเสียหายมากที่สุดตอนแผ่นดินไหว
  • สุสานกูริเอมีร์ (Guri Amir Mausoleum) สุสานแห่งนี้ ท่านข่านเอมีร์ติมูร์ สร้างไว้สำหรับหลานคนโปรดซึ่งคาดหวังไว้ให้เป็นรัชทายาทคนต่อไป คือโมฮัมหมัดซุลตาน (Mohammed Sultan) แต่สุดท้ายสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสุสานหลวงแห่งราชวงศ์ติมูร์ซึ่งฝังร่างของท่านข่านเอมีร์ติมูร์ และลูกอีกสองคน รวมทั้งหลานอีกคนคืออูลุกเบก เจ้าเมืองผู้ฝักใฝ่ในนักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนอาจารย์ของท่านไว้รวมกัน ณ ที่นี้ ซึ่งภายในมีสิ่งที่สะดุดตาที่สุด เป็นโดมกลีบมะเฟืองสีน้ำทะเล มีทั้งหมด 64 กลีบ และโลงศพหินอ่อน 7 โลง ที่ล้อมรอบโลงหินหยกเขียวซึ่งเป็น ท่านข่านเอมีร์ของติมูร์ แต่โลงที่เห็นเป็นเพียงสัญลักษณ์ ส่วนโลงจริงอยู่ในสุสานใต้ดินอีกชั้น ซึ่งในปี 1941 นักสำรวจชาวโซเวียตได้เปิดโลงศพ จากการศึกษาโครงกระดูกพบว่า ท่านข่านเอมีร์ติมูร์มีความสูงถึง 170 เซนติเมตร และพบว่าท่านพิการที่ขาขวา จึงเป็นที่มาของชื่อเทเมอร์เลน (Tamerlane) แปลว่า ผู้ไม่สมประกอบ และมีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ท่านข่านเอมีร์ติมูร์ เขียนคำแช่งไว้ว่าถ้าใครเปิดโลงศพจะต้องพินาศจากศัตรูที่น่ากลัวกว่าตัวท่าน ซึ่งในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง ฮิตเลอร์ก็บุกโซเวียต เปิดฉากสงครามโลกครั้งที่ 2

บุคคาร่า

  • เป็นเมืองสำคัญที่โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรม ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเช่นกัน ยุคทองของบุคคาร่า คือในศตวรรษที่ 10-12 แต่เมื่อถูกปกครองด้วยราชวงศ์ซามานิดของเปอร์เซีย ในศตวรรษที่ 13 เจงกีส ข่านยาตราทัพจากทุ่งหญ้าทางตอนเหนือเผาทำลายทุกเมืองที่ผ่านจนมาถึงบุคคาร่า และต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับเมืองอื่น ๆ เมืองทั้งเมืองถูกเผาทำลายจนราบ แต่มีสถานที่หนึ่งที่เจงกีส ข่านยอมเว้นไว้ นั่นคือ คาลอนมินาเรต (Kalon Minaret)
  • คาลอนมินาเรต (Kalon Minaret) จัตุรัสแห่งนี้คือหอคอยขนาดสูงใหญ่ที่เรียกว่ามินาเรต (Minaret) ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของบุคคาร่าในศาสนาอิสลาม สร้างขึ้นในปี 1127 โดยคำว่า คาลอน แปลว่ายิ่งใหญ่ในส่วนของขนาดนั้นมีความสูงถึง 47 เมตร ฐานขุดลึกลงไป 10 เมตร มีการวางฐานรากอย่างดีเพื่อป้องกันแผ่นดินไหว ที่ฐานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร แล้วสอบขึ้นด้านบนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 เมตร  ตกแต่งเป็นแถบรอบมินาเรต โดยมีทั้งหมด 14 แถบ ทำเป็นลวดลายเรขาคณิต แต่ละแถบไม่ซ้ำกัน ซึ่งมีแถบหนึ่งเป็นกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินพร้อมจารึกภาษาอารบิกเป็น ชื่อผู้สร้าง ปีที่สร้าง และชื่อของอัสลาน ข่าน (Arslan Khan) ผู้ที่สั่งให้สร้าง ภายในมีบันไดวน 105 ขั้นจนถึงยอดซึ่งทำเป็นช่องโค้ง 16 ช่อง 
  • คาลอนมินาเรตคือสิ่งก่อสร้างที่ไม่ถูกทำลายโดยกองทัพเจงกีส ข่าน ซึ่งมีตำนานกล่าวว่าเมื่อ เจงกีส ข่านมาถึงคาลอนมินาเรต เกิดลมพายุพัดหมวกปลิวหลุดจากศีรษะ เจงกีส ข่านจึงต้องก้มลงเก็บหมวกที่ฐานของมินาเรต ทำให้เจงกีส ข่านมีความเชื่อว่ามินาเรตแห่งนี้ย่อมไม่ธรรมดา ถึงกับทำให้ท่านต้องก้มหัวให้ ท่านจึงสั่งไม่ให้ทำลาย ในขณะที่มัสยิดและสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ โดยรอบถูกเผาเรียบ   
  • ลาบีเฮาส์ (Labi Haus) แปลว่า Around the pond เป็นสระน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวบ้านนิยมใช้ที่แห่งนี้เป็นที่พบปะสังสรรค์ยามเย็นหลังตะวันลับขอบฟ้า บริเวณโดยรอบจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ซึ่งหนุ่มสาวมักจะใช้เป็นที่นัดพบ เด็ก ๆ ใช้เป็นที่วิ่งเล่น ผู้สูงวัยนิยมนั่งจิบชาเล่นหมากรุก โดยหลังจากที่ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มเติบโตมากขึ้นเนื้อที่รอบสระจึงถูกพัฒนาเป็นร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว
  • สุสานของอิสมาอิล ซามานี (Ismail Samani Mausoleum) สร้างในปลายศตวรรษที่ 9 ในราวปี ค.. 892-943 เป็นอาคารที่มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม และมีความสมบูรณ์ตามแบบเดิมมากว่าพันปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของท่าน อิสมาอิล ซามานี ผู้สถาปนาราชวงศ์ซามานิด (Samanid dynasty) ซึ่งเป็นราชวงศ์เปอร์เซียสุดท้ายที่ปกครองเอเชียกลาง ภายในสุสานนอกจากจะบรรจุร่างของท่านอิสมาอิล ซามานีแล้วยังฝังบิดาและหลานของท่านในราชวงศ์ซามานิด จึงถือว่าเป็นสุสานประจำตระกูลก็ว่าได้ ตัวอาคารเป็นรูปลูกบาศก์ ที่มีด้านทั้งสี่เหมือนกัน ด้านบนทำเป็นโดม ลูกบาศก์เป็นสัญลักษณ์หมายถึงโลก ส่วนโดมหมายถึงสวรรค์ ประดับตกแต่งด้วยอิฐเรียงเป็นลวดลายจักสาน เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ โดยเฉพาะจากศาสนาโซโรแอสเตอร์ โดยสุสานแห่งนี้ถูกกลบไว้ด้วยดิน และทรายลึกหลายเมตรนานหลายร้อยปี เพิ่งถูกขุดสำรวจพบในปี 1934 โดยนักโบราณคดีชาวรัสเซีย ทำให้สุสานแห่งนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดและไม่ถูกเผาทำลายโดยกองทัพมองโกลของเจงกีส ข่าน

คีว่า

  • เมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญ ๆ ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองเก่าที่ความสมบูรณ์แบบทางศิลปะและวัฒนธรรม ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ปี 1991 ได้รับฉายาว่า City of Thousand Domes สถานที่ท่องเที่ยวถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ เรียกว่า อิทชานคาลา มีเนื้อที่ถึง165 ไร่ โดยมีกำแพงสูง 10 เมตรประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างทั้ง วัง สุเหร่า และมาดราซา ทุกแห่งตกแต่งโมเสกสีฟ้างดงาม ด้านหน้ามีป้อมตระหง่านสวยงามแตกต่างกันไป ที่เรียกว่า คุนยาอาร์ก สามารถขึ้นไปชมวิวอันสวยงามได้ และในป้อมยังมี วังพระราชวังทัช คอฟลี เป็นพระราชวังฤดูร้อน มีห้องหับต่าง ๆ ถูกแบ่งออกตามการใช้งาน ทั้งห้องรับแขก ห้องสนม และตำหนักที่ประทับ ซึ่งจะมีการแสดงให้ชมตรงลานเป็นการเต้นระบำที่คล้ายอยู่ในนิทานอาหรับราตรี ซึ่งพื้นที่รอบนอกกำแพงเรียกว่า ดีชานคาล่า เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

ชาห์คริซาบ

  • ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซามาร์คานด์ เป็นบ้านเกิดของ ท่านข่านอาร์มีร์ติมูร์ ซึ่งเสียชีวิตตอนอายุ 68 ปี เป็นเมืองโบราณที่ อเล็กซานเดอร์มหาราช เคยมาพำนักในฤดูหนาวและได้แต่งงานกับหญิงชื่อ โรซานนา เป็นธิดาเจ้าเมืองแคว้นแบคเทรีย
  • พระราชวังอัคซารายเอมีร์ติมูร์ เป็นพระราชวังที่ให้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับมัสยิดบิบิคานิม ปัจจุบันเหลือเพียงซากแต่ยังคงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่

Off The Beaten Track

  • ชิมกันสกีรีสอร์ท หมู่บ้านชิมกัน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติอูแกม แชทคาล (Ugam Chatkal National Park) ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 668,000 เฮกเตอร์ บริเวณนี้ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,200-1,600 เมตร และยังถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาต่าง ๆ ที่มีความสวยงาม และยังเป็นแหล่งเก็บน้ำที่ส่งมายังเมืองทาชเคนต์อีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถสนุกสนานกับการเล่นสกี และกระดานเล่นหิมะ ซึ่งมีหลายระดับชั้นของความสูง ซึ่งชิมกันได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งสวิตเซอร์แลนด์
    ของอุซเบกิสถาน (Uzbek Switzerland) และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 2016

ช่วงเวลาที่ควรมาเยือนมี 4 ฤดูกาลได้แก่ 

  • ฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือน มี.. – .. อุณหภูมิเฉลี่ย 20 กว่าองศา
  • ฤดูร้อนช่วงเดือน มิ.. – .. อุณหภูมิเฉลี่ย 30 กว่าองศา
  • ฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือน ต.. – .ค. อุณหภูมิเฉลี่ย 10 กว่า องศา
  • ฤดูหนาวช่วงเดือน ธ.. – .. อุณหภูมิเฉลี่ย องศา

วีซ่า สามารถขอได้ที่สถานกงสุล โดยเข้าไปนัดวันและกรอกเอกสารคำร้องซึ่งไม่ยาก ขอช่วงเช้าสามารถรับได้เย็น หรือขอช่วงบ่ายก็จะรับได้เช้าอีกวันหนึ่ง ค่าธรรมเนียมวีซ่าค่อนข้างสูงประมาณ 2 พันกว่าบาท   

การเดินทาง

  • จองโดยตรงกับสายการบินอุซเบกิสถานแอร์ไลน์ อยู่ที่อาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ สีลม
  • ภายในประเทศหากต้องการเดินทางข้ามเมือง ปัจจุบันจะมีรถไฟหัวจรวด จากทาชเคนต์ มาที่ซามาร์คานด์ใช้เวลาเพียง 2 ชม. หรือถ้าเดินทางภายในเมืองทาชเคนต์สามารถใช้รถไฟใต้ดินซึ่งเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ของเมืองอย่างสะดวกและรวดเร็ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here