5 เรื่องเงินที่ฟรีแลนซ์ต้องวางแผน ถ้าไม่อยากแค้นใจภายหลัง - featured image

Talk Corner ตอนนี้บิวขอนำเรื่องจริง ประสบการณ์จริงของเพื่อนรักฟรีแลนซ์มือทอง มาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ค่ะ

ขึ้นชื่อว่า “ฟรีแลนซ์” แน่นอนว่าหลายคน โดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำบางคนที่อาจจะกำลังเบื่องาน คงมโนภาพความเป็นอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใด ได้เงินทีเป็นกอบเป็นกำ (กรณีมือทองฝีมือดี Connection ปึ้ก) ไปไหน ทำอะไรไม่ต้องถูกตีกรอบด้วยการตอกบัตร เช้า-เย็น

ช้าก่อน!!!! เพราะชีวิตมันมีหลายมิติมากกว่านั้น ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมี 2 ด้าน มีดีก็ต้องมีเสีย มีข้อเด่นก็ต้องมีข้อด้อยค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่เพื่อนรักออกจากงานประจำเพื่อผันตัวออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ก็มีงานเข้ามาล้นมือต่อเนื่องหลายปีจนเธอวางใจ

แต่แล้วความวางไว้ก็กลายเป็นความ “แค้นใจ” และ “กลุ้มใจ” แทน เธอต่อสายโทรศัพท์มาแบบเชื่อว่าคงไม่ได้หวังคำแนะนำอะไร แค่อยากเล่าระบายให้ฟัง

เธอเล่าแบบออกรสตามประสาคนมันส์ทำงานเก่ง แต่น้ำเสียงก็จับได้ว่าคับแค้นใจไม่เบาเจือด้วยความกังวลเล็กน้อย สรุปใจความสั้น ๆ ว่า

ปีที่แล้วงานเข้าเป็นกอบเป็นกำ เงินดีจนวางใจ แถมคิดแบบหาเหตุผลรอบด้านน่าจะเป็นรายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ขึ้นไป

เมื่อเงินเข้ามาแน่นอนและมากขึ้นพอที่จะสร้างหนี้เป็นภาระผูกพันได้อีกสัก 5 ปี โดยไม่เดือดร้อน เพื่อความชัวร์เธอรอบคอบถึงขั้นต่อสายถามผู้ว่าจ้างซึ่งสนิทกันว่าภายใน 5 ปีงานนี้ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม และคำตอบคือ “ชัวร์” ไม่เปลี่ยน

ว่าแล้วเธอจึงตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนโตไปจองและดาวน์รถสักคัน เพื่อให้การวิ่งรอกทำงานสะดวกสบายมากขึ้น แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะตามมาเป็นพรวนไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน

แต่เธอก็แอบบอกตัวเองว่า ฉันไม่แคร์และเตรียมรับมือไว้แล้ว โดยมองไปที่รายได้ย้อนหลังที่ผ่านมา เธอได้ข้อสรุปว่า ค่าใช้จ่ายก้อนนี้เธอ “เอาอยู่”

เมื่อตัดสินใจจองทำสัญญาและระหว่างรอรถ ไม่ใช่รอรถอย่างเดียว แต่มันยังมีค่า “เงินงวด” ที่ต้องผ่อนรถแต่ละเดือนอีกเดือนละเกือบหมื่นก็รออยู่ด้วยเหมือนกันซึ่งยาวนานไปถึง 5 ปีข้างหน้า

แต่รายได้บางส่วนที่เธอตั้งใจไว้ว่านี่คือแหล่งสำหรับผ่อนรถที่เธอจัดสรรไว้แล้ว กลับต้องหายไปแบบกะทันหัน เมื่อผู้ว่าจ้างปรับแผนงานลดสัดส่วนงานที่เธอรับผิดชอบโดยตรง พร้อมคำว่า “ขอโทษ” เป็นนโยบายเร่งด่วนจริง ๆ

แม้ครั้งนี้อาจจะไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่เธอจะไม่มีเงินผ่อนภาระที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือต้องบอกคืนรถที่ทำสัญญาเรียบร้อยไปแล้ว แต่ก็ทำให้เธอได้อุทาหรณ์สอนใจให้กับชีวิต “ฟรีแลนซ์” ได้เป็นอย่างดี ต้องคิด worst case เสมอสำหรับเรื่องการเงิน ไม่มีอะไรแน่นอน

ที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองอยู่ไม่น้อยว่า ถึงอย่างไรก็จะมีงานเข้ามาตราบเมื่อเธอยังอยากที่จะรับงาน

อุทาหรณ์ครั้งนี้บอกเธอว่าเราต้องมีพร้อม และอยู่ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่ามนุษย์เงินดือนทั่วไปในกรณีที่ขาดรายได้ เงินที่ได้เป็นกอบเป็นกำในวันนี้ นอกจากเพื่อวันนี้ ยังต้องเตรียมเผื่อในวันหน้า

ในฐานะเพื่อนฝูง เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาเหมือนว่า รู้ซึ้งแล้วว่ารายได้ที่ว่ามากมายในปัจจุบัน แท้จริงแล้วฟรีแลนซ์ก็เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปนี่ล่ะ ต่างกันก็ตรงที่ฟรีแลนซ์อย่างเธอได้เงินล่วงหน้ามาก่อนเหล่ามนุษย์เงินเดือน

ถ้าเทียบกัน ความจริงเงินที่ได้มาเป็นกอบเป็นกำ มันไม่มากมายเลย อันตรายกว่าด้วยซ้ำถ้าเราใช้เงินที่ได้มาจนหมดไปก็เหมือนกับใช้เงินอนาคตไปแล้ว

ดังนั้น จากกรณีศึกษานี้บิวขอเสนอคาถา 5 ข้อสำหรับฟรีแลนซ์ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ เพื่อปลอดจากทุกปัญหาเรื่องเงินดังนี้ ค่ะ

1.ออมให้มากด้วยวินัยที่เคร่งครัด

ออมให้มากด้วยวินัยที่เคร่งครัด

ข้อเด่นของการเป็นฟรีแลนซ์สำหรับหลาย ๆ คน อยู่ที่ความมีอิสระเสรี ทำให้ช่องทางในการหารายได้เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้รายได้ก็สูงขึ้นด้วย และอาจจะสูงกว่ารายรับสมัยทำงานประจำอย่างเห็นได้ชัด

แต่อย่าชะล่าใจได้มาเท่าไหร่จ่ายออกไปเท่านั้น เพราะฟรีแลนซ์ย่อมมีช่วงขาขึ้นและขาลง

“ออมให้มากที่สุดด้วยวินัยที่เคร่งครัด” เป็นคาถาข้อแรกที่เหล่าฟรีแลนซ์ต้องท่องให้ขึ้นใจ มนุษย์เงินเดือนอาจจะเริ่มต้นออมเดือนละ 5-10% แต่ฟรีแลนซ์อัดเก็บออมไปเลย 30-50% สำหรับรายรับต่อครั้งหรือ 80-100% ได้เลย

2.เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้พร้อม

เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้พร้อม

เพราะฟรีแลนซ์ไม่ใช่งานประจำ จึงมีโอกาสที่งานจะหดหาย ไม่มีรายได้เข้ามาเป็นประจำทุกเดือน

ดังนั้น การแบ่งสัดส่วนเงินสำรองฉุกเฉิน เตรียมเงินฉุกเฉินเพื่อยังชีพในยามไม่มีงาน ไม่มีรายได้ เมื่อมีเรื่องฉุกเฉินในชีวิต เป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องทำ

เช่น ไม่สบายทำงานไม่ได้ ต้องเอาเงินไปรักษาพยาบาล หรือน้ำท่วมบ้านพังต้องซ่อมแซมบ้าน รถเสียกะทันหันต้องซ่อมค่าจ่ายสูง เป็นต้น

ตามสูตรของการวางแผนทางการเงิน เงินสำรองฉุกเฉินที่ควรเตรียมไว้ควรเป็น 6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน เงินก้อนนี้จะนำไปใช้เมื่อไหร่ ก็เมื่อมีเรื่องฉุกเฉินในชีวิตค่ะ

3.มีอาวุธที่พร้อมมือ กรณีเกิดอุบัติเหตุในวันข้างหน้า

มีอาวุธที่พร้อมมือกรณีเกิดอุบัติเหตุในวันข้างหน้า

อาวุธที่ว่านี้หมายถึงสารพัดประกัน ทั้งประกันชีวิต สุขภาพ อุบัติเหตุ

เพราะอุบัติเหตุชีวิต สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเจ็บป่วย ล้มหมอนนอนเสื่อ ตกรถ ทำงานไม่ได้ การมีประกันช่วยแบ่งเบาภาระจุดนี้เป็นส่วนสำคัญสำหรับฟรีแลนซ์ทั้งหลาย ด้วยเหตุที่เราคงไม่มีประกันสุขภาพกลุ่มของที่ทำงานหรือประกันสังคมที่จะช่วยมาแบ่งเบาภาระในส่วนนี้

แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าเราวางแผนให้ดีเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยการซื้อประกันที่เหมาะสมสำหรับตนเองเพื่ออุดช่องว่างตรงนี้และอย่าลืมดูเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยทำงานไม่ได้ด้วยนะคะ อย่าลืมว่าฟรีแลนซ์ไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ต่างจากมนุษย์เงินเดือน

หรือบางคนจะทำประกันสังคมมาตรา 39 ส่งตัวเองก็สามารถทำได้ จะได้มีสิทธิรักษาพยาบาลเวลาเจ็บป่วย

สำหรับฟรีแลนซ์ที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว “ประกันการเดินทาง” ก็สำคัญเช่นกัน บางประเทศไม่ได้บังคับให้ทำก็ทำไปเถอะ เผื่อไว้เกิดเจ็บป่วยอุบัติเหตุจะได้มีตัวช่วยเพราะค่ารักษาต่างแดนแพงมากค่ะ

4.หาสังกัดให้ตัวเองอยู่ซะ

หาสังกัดให้ตัวเองอยู่ซะ

ทำงานในระบบมีบริษัทสังกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวอาจมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงาน มีเงินสะสม – สมทบ หรือเงินก้อนโตที่จะได้รับตอนออกจากงานหรือเกษียณอายุ

บางกรณีที่เห็นชัด ๆ คือข้าราชการ ที่ได้บำเหน็จก้อนโตไว้ใช้ บางกรณียินดีรับเป็นบำนาญจ่ายเป็นรายได้ต่อเดือนจนกว่าจะตายจากกันไป

แต่สำหรับฟรีแลนซ์ล่ะ สิทธิ์ที่ว่ามายาวเหยียดเหล่านี้จะหายไป

แต่ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วย อยากมีบำเหน็จหรือเงินก้อนโตงั้นเหรอ ไปเข้าสังกัด กองทุน RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ออมวันนี้ต่อเนื่อง เจอกันอีกทีเมื่ออายุ 55 ปี

ยิ่งถ้ามีระยะเวลาการออมที่ยาวนานพอและลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น โอกาสที่เงินจะงอกเงยทบต้นทบดอกให้อยู่สบายยามเกษียณค่อนข้างแน่นอนเลยทีเดียว

หรือจะเก็บออมผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) มีรัฐช่วยเพิ่มเงินช่วยออมให้ เก็บสะสมไว้ใช้ตอนเกษียณก็ได้

หรือฟรีแลนซ์บางคนสนใจแบบบำนาญ ได้รับเงินรายเดือนตอนเกษียณ สมัยนี้มีกรมธรรม์บำนาญให้เลือก

นอกจากการหาสังกัดในรูปแบบกองทุน RMF และประกันแล้ว ยังถือเป็นการบริหารภาษีได้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว โดยเฉพาะฟรีแลนซ์มือทองที่มีรายได้ค่อนข้างสูง แน่นอนว่าอัตราภาษีก็สูงตามไปด้วย ใครสนใจการออมเพื่อการเกษียณไปศึกษาในบทความ 5 กองทุนเพื่อการเกษียณ ที่ช่วยให้คุณถึงเป้าหมายการออมเร็วขึ้น

5.ตัดสินใจให้รอบคอบ ก่อนจะสร้างหนี้

ตัดสินใจให้รอบคอบ ก่อนจะสร้างหนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนี้ที่ต้องมีภาระผูกพันยาวนาน ภาระที่จะสร้าง ไม่ว่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ก็ต้องคิดคำนวณจากความสามารถการผ่อนชำระในปัจจุบันเป็นหลัก ไม่ใช่หวังน้ำบ่อหน้า

หรือร่นระยะเวลาการผ่อนชำระให้สั้นลง ให้จบในช่วงที่ชีวิตยังเป็นขาขึ้นหรือรายได้ยังเข้าต่อเนื่อง

ฟรีแลนซ์อาจจะไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่ได้ทำงานประจำ คิดว่าการขอสินเชื่อหรือกู้เงินจะยาก จริง ๆ ไม่ยากอย่างที่คิดด้วยสร้างเครดิตจาก Statement ที่มีเงินเข้าทุกเดือน แสดงรายการทรัพย์สินที่มี หรือสัญญาว่าจ้างงาน และหลักฐานการยื่นเสียภาษีที่ถูกต้องต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ขอสินเชื่อง่ายขึ้นค่ะ

สรุป

ที่บิวหยิบกรณีของเพื่อนสาวฟรีแลนซ์ “แค้นใจ” มาเล่าสู่กันฟัง ไม่ได้อยากชี้ให้เห็นถึงข้อเสียของการเป็นฟรีแลนซ์นะคะ

แต่ตรงกันข้าม บิวกลับรู้สึกว่าการเป็นฟรีแลนซ์สอนให้เราอยู่อย่าง มีสติ ไม่ประมาท

ต่อให้เป็นมนุษย์เงินเดือนรายได้มั่นคงแน่นอน เจ้าของกิจการรายได้เฟื่องฟู หรือแม่ค้าที่ขายของเป็นรายวัน ทุกคนมีสิทธิ์ “แค้นใจ” ได้ทั้งนั้น ถ้าไม่รู้จัก “จัดสรรเงิน” ให้เป็น

ถึงอย่างไร “การใช้จ่ายและเก็บออม” ก็ยังเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับคนเราทุกคนอยู่ดีไม่ว่าคุณนั้นจะเป็นใคร ยากดีมีจนแค่ไหนก็ตาม

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here