6 เคล็ด(ไม่)ลับช้อปปิ้งออนไลน์อย่างไรไม่ให้ถังแตก - Facebook OG Image

“เดือนนี้เราหน้ามืด CF เสื้อผ้าร้านประจำใน FB เยอะไปหน่อยเงินก็เลยฝืด ๆ”

“กลุ้มใจกับลูกสาวรถวิ่งเข้ามาส่งพัสดุไม่เว้นแต่ละวัน ไม่รู้ซื้ออะไรนักหนา เงินทองไม่เคยเหลือ”

“Gadget ออกใหม่ของมันต้องมีรูดบัตรเครดิตล่วงหน้าไปก่อน…แต่เดือนนี้รถเสียต้องจ่ายค่าซ่อมรถจึงจ่ายบัตรได้แค่ขั้นต่ำ”

สถานการณ์ข้างต้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมยุคนี้ ปัญหาที่เกิดจากการจับจ่ายใช้สอยขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

เราจะสังเกตได้ว่ายุคนี้เราจ่ายออกง่ายมากกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช้อปปิ้งผ่านออนไลน์ ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ช่องทางก็สะดวกสามารถคลิกซื้อด้วยโทรศัพท์มือถือ ระบบการจ่ายเงินก็ทันสมัยขึ้นโอนง่ายจ่ายเร็ว

นี่ยังไม่รวมรูปแบบการขายสินค้า การจัดโปรโมชั่น ที่เข้าถึงผู้ซื้อและกระตุ้นการจ่ายได้ง่ายขึ้น

แต่ความทันสมัยสะดวกสบายของการช้อปปิ้งออนไลน์ ย่อมพ่วงท้ายมาด้วยข้อด้อยที่เปรียบเสมือนดาบ 2 คม คือ

ทำให้หลายคน หากไม่ระวังจะติดหล่มมีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายจากการช้อปแบบขาดสติ จนเกิดภาวะถังแตกมีปัญหาการเงินตามมา

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราจะทำอย่างไรไม่ให้การช้อปออนไลน์หวนกลับมาทำร้ายทำให้เราถังแตก ?

Talk Corner ตอนนี้ มี 6 เคล็ด(ไม่)ลับช้อปปิ้งออนไลน์อย่างไรไม่ให้ถังแตก มาฝากกันค่ะ

ช้อปปิ้งออนไลน์

1. จดจับจุดอ่อน

ไม่มีใครเห็นตัวเองได้ทั้ง 360 องศา

เริ่มต้นวิธีเบสิกที่จะช่วยเราเช็คพฤติกรรมการใช้จ่ายที่จะนำมาซึ่งปัญหาการเงินในภายหลัง

หลายคนช้อปแต่ไม่เคยเช็ค การจดบัญชีรายรับรายจ่ายช่วยเราได้อย่างมาก ง่าย ๆ เลยคือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นบันทึกรายรับรายจ่าย (เข้าไปเลือกให้เหมาะกับคุณและศึกษาได้ที่ “15 แอปฯ รายรับ-รายจ่ายใหม่ ๆ ที่ดีที่สุดตอนนี้

การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพการใช้จ่ายออนไลน์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั่วไปของตัวเองกระจ่างชัด

และแน่นอน ช่วยให้เห็นจุดอ่อนของตัวคุณเองชัดเจนขึ้นว่าคุณหมดไปกับการช้อปเดือนละเท่าไหร่ เเละหมดไปกับสินค้าหมวดไหนมากที่สุด

หาจุดอ่อนตัวเองให้เจอด้วยการจดและทำการกำจัดจุดอ่อนนั้นเสียคือสิ่งสำคัญค่ะ

ช้อปปิ้งออนไลน์

2. ช้อปปิ้งออนไลน์ให้ดี ต้องมีการจำกัดงบ

การตั้งงบประมาณหรือจำกัดวงเงินช้อปปิ้ง เป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ อย่าปล่อยให้เงินที่จ่ายออกไปเกินความจำเป็นแบบเลยตามเลย

สำหรับคนที่เจอจุดอ่อนมาแล้วว่าตัวเองหมดไปกับค่าใช้จ่ายอะไรมากที่สุด ให้ตั้งงบเพื่อที่จะไม่กระทบกับแผนการเงินโดยรวมของคุณ

โดยวิธีการตั้งงบประมาณการช้อปปิ้งออนไลน์นั้น ให้คำนึงถึงรายได้ประจำเป็นหลัก

คุณมีรายได้ต่อเดือนเท่าไร เก็บออมเท่าไร ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่าไร่ ให้พ่อแม่เท่าไร

ส่วนที่เหลือจึงจะสามารถกำหนดการช้อปปิ้งได้ ลองบวกลบคูณหารหาตัวเลขการช้อปปิ้งออนไลน์ที่เหมาะสมกับตัวคุณเองว่าควรจะเป็นกี่ % จากรายรับรายเดือน

วิธีนี้จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์ของคุณมีขอบเขตและมีคุณภาพมากขึ้น

ช้อปปิ้งออนไลน์

3. แยกบัญชีสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ไว้ต่างหาก และมีเงินในบัญชีจำกัดตามงบเท่านั้น

การตั้งงบประมาณอาจไม่เพียงพอและใช้ไม่ได้สำหรับบางคน

ในเมื่อบัญชีที่เราใช้จ่าย ใช้โอน ใช้พร้อมเพย์ มีเงินพร้อมจ่ายแบบไม่จำกัด อาจทำให้หลายคนเผลอไผลใช้เงินช้อปจนไม่รู้ตัวได้

คุณควรแยกบัญชีสำหรับการใช้ช้อปออนไลน์ออกมาจากบัญชีทั่วไป โดยอย่านำบัญชีเก็บออมหรือบัญชีเงินสำรองมาเกี่ยวข้องกันเด็ดขาด

และกำหนดจำนวนเงินในบัญชีช้อปออนไลน์ ให้มีเท่ากับงบประมาณที่ตั้งไว้ในข้อ 2 หมดคือหมด ไม่มีการนำเงินจากแหล่งอื่นมาช้อป

ข้อนี้คือกฎเหล็กที่คุณต้องรักษาอย่างเคร่งครัด หากไม่อยากเจอปัญหาช้อปจนถังแตก

ช้อปปิ้งออนไลน์

4. ช้อปปิ้งออนไลน์ให้คุ้มค่า อย่าลืมเปรียบเทียบราคาและดูอัตราค่าส่ง

การซื้อสินค้าที่ราคาสูงเกินกว่าจำเป็น อาจเป็นต้นตอที่ทำให้คุณหมดเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

ทุกวันนี้ร้านค้าออนไลน์มีมากมายและการเข้าถึงข้อมูลก็ไม่ยากนัก ก่อนการตัดสินใจช้อปให้ลองเปรียบเทียบราคาทั้งจากหน้าร้านจริงและร้านค้าอื่น ๆ ในโลกออนไลน์

ปัจจุบันในประเทศไทยก็มีเว็บ Priceza.com เว็บเปรียบเทียบราคาสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ หลายครั้งที่สินค้าประเภทเดียวกันแต่ราคากลับต่างกันพอสมควร

อีกประการที่ต้องดูเลยคือ ค่าขนส่ง

บางร้านราคาสินค้าน่าสนใจ แต่ราคาค่าส่งกลับสูงมาก หากสูงจนเกินไปเมื่อมารวมกับราคาสินค้า ส่งผลให้ราคาสินค้าแพงเกินความจำเป็น ก็เป็นเรื่องที่คุณจะต้องมาตัดสินใจว่า คุณควรซื้อหรือไม่

เพราะของที่แพงเกินคุณภาพและราคา จริง ๆ แล้วคือปัญหาแฝงที่ทำให้คุณถังแตกได้เหมือนกัน

ที่สำคัญคือ ขอให้มีสติและพิจารณาเสมอตามหลักการใช้จ่าย อะไรคือ WANT อะไรคือ NEED สิ่งไหนแค่ต้องการ สิ่งไหนคือจำเป็น และให้เอา NEED นำ WANT เสมอ จัดลำดับการช้อปและมีสติทุกขณะ

ช้อปปิ้งออนไลน์

5. ช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยบัตรเครดิต ใช้ให้ดีมีประโยชน์

การช้อปปิ้งผ่านบัตรเครดิต เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์

แถมยังมีแต้มต่อในแง่ของการรับสิทธิ์พิเศษ ไม่ว่าจะเครดิตเงินคืนหรือสะสมแต้มแลกพอยต์ กลายเป็นกำไรสำหรับคนช้อปออนไลน์

ปัจจุบันมีเว็บที่รวมรวมโปรโมชั่นของบัตรเครดิตต่าง ๆ ที่ MoneyHub

ลองเข้าไปศึกษาเปรียบเทียบและเลือกใช้เหมาะกับการใช้จ่ายของคุณ แต่มีข้อแม้ขีดเส้นใต้สองเส้นว่า ต้องใช้กับคนที่มีวินัยเท่านั้น

ใครรู้ว่าตัวเองไม่มีวินัยห้ามใช้วิธีนี้เด็ดขาด หากรูดไปล่วงหน้าแล้วไม่จ่ายหรือไม่จ่ายเต็มหรือจ่ายขั้นต่ำ 10 % เจอดอกเบี้ยบัตรเครดิตไปอีกกว่า 20 % ก็สามารถสะสมเป็นหนี้ก้อนโตได้

ช้อปปิ้งออนไลน์

6. เมื่อเกิดปัญหา จงหักดิบ…หยุดช้อปปิ้งออนไลน์…หยุดจ่าย

แม้จะใช้วิธีไหน ๆ ในข้างต้นแล้ว ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการป็นนักช้อปออนไลน์จนถังแตก

ไม้ตายสุดท้ายไม่ยากสั้น ๆ 2 พยางค์ “หักดิบ”

เลิกช้อปปิ้งออนไลน์รวมไปถึงช่องทางอื่นสักระยะ แล้วคุณจะเคยชินและลดการช้อปปิ้งไปโดยปริยาย

หลักการเดียวกับเป็นหนี้ให้หยุดสร้างหนี้ แต่หากใครเป็นหนี้ที่เกิดจากการช้อปออนไลน์ ก็รีบเคลียร์หนี้ให้เร็วที่สุดโดยให้เลือกชำระหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน จากนั้นตั้งต้นใหม่

สรุป

จากนี้ไปโลกจะเปลี่ยนจากการซื้อขายแบบออฟไลน์มาเป็นออนไลน์มากขึ้น รวมไปถึงสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ที่ค่อย ๆ เข้าแทนที่การใช้จ่ายแบบเดิม ๆ

ไม่ว่ารูปแบบการใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งสำคัญคือ การวางรากฐานเรื่องพฤติกรรมใช้จ่ายภายใต้หลักคิด

“ใช้จ่ายอย่างมีสติ ไม่เกินตัว สร้างเกราะคุ้มกันให้ตัวเองและมีวินัยในการชำระ”

อย่าลืมว่า การใช้จ่ายให้เป็น สำคัญกว่าการหาเงินให้ได้มากเสียอีก เพราะหากทำมาหาได้ ลงทุนเป็น แต่ใช้เงินไม่เป็น สุดท้ายการันตีเลยว่าคุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในเรื่องการเงินอย่างแน่นอนค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here